2005/Jul/30

บทที่ 12 ทายาท แห่ง ไตรพสุนธรา The Hier Of Tree Kindoms

แฮก แฮก แฮก !!!!!!

เสียงหอบเพราะความเหนือยอ่อนของคนหัวดื้อดังรวนติดต่อกันเป็นระยะๆ ทั้งที่คนอีกสองคนพยายามที่จะห้ามไม่ให้เค้าออกเดินทางมาหลายครั้งหลายหน แต่คนดื้อก็คือคนดื้ออยู่วันยังค้ำ รู้ทั้งรู้ว่าร่างกายของตัวไม่เอื้ออำนวยแต่ยังฝืนความสามารถของตนอยู่อย่างไม่ยอมลดละ

เจคอบ ข้าว่าเราหาที่พักก่อนดีกว่า เสียงใสๆเอ่ยขึ้นอยากเป็นกังวล

จริงอย่างที่แม่หนูนี่ว่าน่ะเจ้าชาย เจ้าตัวเล็กเสริม

ไม่หรอก อีกแค่ 5 กิโลเมตรเราก็ถึงหมูบ้านนั้นแล้ว คนหัวดื้อยังไม่ยอมลดละ

ตั้งห้ากิโลเมตรน่ะ---เจคอบ คิเรเอ่ยขึ้นเสียงสูง นายจะดื้อไปถึงไหน---ฉันบอกให้พักก่อนไง เจคอบส่งยิ้มทะเล้นๆกลับมาให้คิเร แต่เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดมากกว่า เพราะคนดื้อก็เป็นคนดื้ออยู่วันยังค่ำ เธอพอจะรับรู้ถึงความรู้สึกของท่านพ่อท่านแม่มาบ่างแล้วแหละว่า พวกท่านรู้สึกยังไงเวลาที่เธอไม่เชื่อฟังเค้า เธอรู้สึกเป็นห่วงคนดื้อตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก

แซนดี้--ฉันหิวน้ำจัง เจคอบเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

งั้นเรานั่งพักข้างริมธารก่อนมั้ย--กระหม่อม เจ้าชายจะได้ดืมน้ำได้อย่างสบาย กระหม่อมคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องเร่งรีบไปที่นั่นหรอก ไม่งั้นอาการของเจ้าชายจะทรุดหนักกว่าเก่าน่ะกระหม่อม แซนดี้กล่าวขึ้น สีหน้าของเขาส่อแวววิตกกังวล แววตาของเจคอบเปลี่ยนเป็นแววตาเศร้าหมอง จริงอย่างที่แซนดี้ว่า ตอนนี้ร่างกายเค้าอ่อนแอจริงๆ ถ้าไปต่อคงจะไม่ไหวเป็นแน่ แล้วนี่มันโรคอะไรน่ะ ทำไมเค้าต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมเค้าต้องอ่อนแอในช่วงระยะเวลาที่ไม่อยากอ่อนแอมากที่สุด

กุบ กับ กุบ กับ!!!!!

ในขณะที่เจคอบคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นก็มีเสียงกีบเท้าม้าแล่นใกล้เข้ามา หูของเค้าตั้งชันราวกันสุนัข หวังในใจว่าเค้าคงจะได้อาศัยร่วมเดินทางไปด้วย แซนดี้และคิเรวิ่งออกไปยืนอยู่กลางทางพรางยกมือขึ้นมาป้องเหนือหัวคิ้วแลมองอาคันตุกะที่แล่นเกวียนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เกียนหรอ คิเรพึมพำ

งั้นเราขอติดขึ้นไปด้วยดีมั้ย เจคอบเสนอขึ้น แต่ไม่ทันที่จะมีใครได้ตอบคำถามนั้น พวกเค้าก็รู้สึกว่าความเย็นยะเยือกแล่นเข้ามาใกล้พร้อมๆกับเกีวยนหน้าตาประหลาดที่ถูกลากด้วยม้าสีดำสนิท ตัวเกีวยนแลดูคล้ายลูกฟักทองลูกโตที่อาบไปด้วยเลือด กลิ่นคราวเลือดคลุ้งไปทั่วทุกสารทิศ ความมืดเข้าครอบคลุมพื้นที่ที่เกีวยนประหลาดแล่นผ่าน ใบไม้ใบหญ้ารอบด้านเหี่ยวเฉาราวกับขาดน้ำมาเป็นพันปี

นั่นมันอะไรน่ะ คิเรถามขึ้น ในขณะที่ร่างกายเริ่มแข็งทื่อเพราะความอึ้งตะลึง

ไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ แซนดี้ตอบ หลบเร็ว หลบออกจากทาง เจ้าตัวเล็กกระตุกชายเสื้อของคิเรเพื่อเรียกสติของเธอกลับมา เจคอบที่ยืนอยู่ข่างริมธาร ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นเพราะความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ความหนาวเย็นครอบคลุมร่างกายของเค้า สายตาเริ่มพร่ามัว เจคอบมองเห็นภาพพื้นน้ำเบื่องหน้าเป็นทางเดินทางเดินที่มีแสงสว่างๆส่องไปยังทิศทางที่เค้าต้องไป เค้ารู้ดีอยู่ในใจว่าเบื่องหน้าคือธารน้ำที่กำลังไหล่เชี่ยว แต่เพราะความอยากที่จะไปพบใครบางคนมันมีมากกว่า มันบังคับให้ร่างที่มีเรี่ยวแรงเพียงน้อยนิดคืบคลานมุ่งตรงสู่ธารา แต่ก่อนที่เค้าจะวางมือลงบนพื้นน้ำก็เหมือนกับว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งมายึดไว้ ก่อนจะกระชากคอเสื้อของเค้าขึ้นมาอย่างไม่บันยะบันยัง

นายสติฟั่นเฟือนไปแล้วรึไง ถึงจะคลานลงไปในน้ำนั้นน่ะ ภาพสาวน้อยเบื่องหน้าตะหวาดใส่เค้าอย่างโกรธกริ่ว แต่ทำไมเธอถึงมีสี่ตา สองปาก สี่หู หรือนี่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เล่นตลกกับเค้ากันแน่

แปล๊บ !!!!!!!

แสงสีเงินสะท้อนอยู่เหนือร่างเด็กสาว เบื้องหลังมีเงาดำทะมึนลอยระล่องอยู่บนอากาศ
แสงนั่นคืบคลานเข้ามาใกล้ เจคอบพยายามเพ่งอย่างใจจดใจจ่อไม่ได้สนใจในสิ่งที่เด็กสาวยังพร่ามต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่เนื่องจากความพร่ามัวของดวงตา เค้าจึงเห็นภาพเบื่องหน้าได้ไม่ชัดเท่าไหร่นัก ยิ่งเพ่งมากเท่าไหร่มันยิ่งสงผลให้เค้ารู้สึกปวดตามากเท่านั้น แต่แสงนั้นมันยังคงคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และชั่ววินาทีสุดท้าย

ดาบ......

เจคอบพยายามใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่กระตุกร่างบางมาแนบอกก่อนจะหมุนตัวหลบคมดาบไปได้อย่างเฉียดฉิว คมคาบปักอยู่บนพื้นดินข้างๆตัวเค้าและเธอ คิเรดีดตัวขึ้นทันทีที่เหลือบไปเห็น แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะดึงเด็กหนุ่มขึ้นมาด้วย เธอมองผ่านร่างมืดมหึมาไปยังเบื่องหลัง ก็สังเกตเห็นว่าเจ้ากวางน้อยกำลังต่อสู้อยู่กับเงาประหลาด มันช่างดูเสียเปรียบเต็มทน ก็ร่างนั่นมันใหญ่กว่าเจ้ากวางน้อยตั้งสิบเท่า ดูยังไงก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ ร่างของคิเรและเจคอบเริ่มสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัวหรือขี้ขลาดแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะความเย็นที่ปกคลุมพื้นที่นั้นๆ

สวัสดี ราชาแห่งความมืด...... น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้น พรางกับส่งยิ้มอันน่าขนหัวลุกตรงมายังพวกเค้า รอยยิ้มนั่นคงจะเรียกว่าเป็นรอยยิ้มก็ไม่ได้ซะทีเดียวหรอก เพราะไอ้รอยยิ้มที่ไม่สามารถมองเห็นดวงตาที่ซ้อนอยู่ใต้ผ้าคลุมนั้น ไม่นับว่าเป็นรอยยิ้มที่น่าประทับใจหรอกน่ะมือข้างหนึ่งของมันกำลังยืดไปหยิบดาบที่ปักอยู่บนพื้นโดยไม่ต้องอาศัยสายตาหันไปมองตำแหน่งที่อยู่ของดาบเลย สายตาของมันยังจับจ้องมายังพวกเค้าอย่างไม่ลดละ

คิเรกับเจคอบยืนงงกับคำพูดของอาคันตุกะ แขนของทั้งสองคล้องกันอยู่อย่างเหนียวแน่น ส่วนมืออีกข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ ก็พยายามคว้านไปรอบๆตัวเพื่อหาอาวุธมาไว้ป้องกันตัว แต่ตอนนี้พวกเค้าไม่มีอาวุธอะไรทั้งนัน

ปล่อยให้พวกเราตามหาอยู่ตั้งสิบสี่ปี ที่แท้ก็มาหลบอยู่อีกภพนี่เองน่ะ---เจ้าชาย น้ำเสียงเนิบๆยานๆราวกับวิญญาณกล่าวขึ้น

เจ้าเป็นใคร คิเรถามขึ้น

เจ้าไม่สมควรจะรู้ อาคันตุกะคำรามกลับมายังคิเร

แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ เจคอบถามขึ้นบ่าง

ก็มาตามหาท่านไงเล่า

ตามหาเรา---- เพื่ออะไร

เพื่อสังหาร คำตอบที่ทำให้บุคคลทั้งสองถึงกับสดุ้งโหยง นี่เจคอบมันไปสร้างศัตรูไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ความยิ่งใหญ่จะต้องเป็นของ ทายาทแห่งบูรพา ไม่ใช่ของ เดอะ แอร์ ออฟ ทรี คิงดอม คำพูดที่ยิ่งฟังและยิ่งงงทำเจคอบถึงกับนึกขำแม้จะยังบาดเจ็บก็ตาม ก็ไอ้ เดอะ อง เดอะ แอร์ ออฟ ทรี คิงดอม มันฟังดูเกี่ยวกับเค้าซะที่ไหนล่ะ

งั้นท่านคงตามหาผิดคนแล้วแหละ เพราะที่นี่ไม่มี เดอะ แอร์ ออฟ ทรี คิงดอม หรอกน่ะ เจคอบอธิบายด้วยสีหน้าทะเล้น

ฮึ ฮึ อาคันตุกะหัวเราะอยู่ในลำคอ อย่ามาโกเจ็ด โกแปด กันซะให้ยาก ข้ารู้ว่าเจ้าคือทายาทที่ถูกแอบซ่อนไว้เมื่อสิบสี่ปีก่อน ทายาทผู้ที่จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งในอนาตคต ทายาทผู้มีอำนาจเหนือกว่าทายาทแห่งบูรพา ทายาทผู้ที่จะได้ปกครองดินแดนเดมอสและเอเดนไปตลอดกาล

ฮ้า ฮ้า ฮ้า ฮ้า ท่านอ่านนิยายมากเกินไปรึเปล่า มีที่ไหนคนธรรมดาสามัญอย่างข้าจะเป็นได้ถึงขนาดนั้น เจคอบปล่อยฮาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก็ไอ้คำพูดของคนตรงหน้ามันช่างฟังดูไร้สาระสิ้นดี

ก็เพราะเจ้าไม่ใช่แค่คนธรรมดาสามัญไงเล่า น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้น ส่วนร่างทะมึนนั้นก็เริ่มลอยใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกเค้าเดินถอยหลังไปจนติดโขดหิน เจคอบยกกำปั้นขึ้นสูงเพื่อเตรียมพร้อมป้องกันตัว แต่ร่างนั้นมีดาบอยู่ในมือ แล้วพวกเค้าจะสู้ได้ยังไง อย่างนี้มันเอาเปรียบกันชัดๆ เจคอบยังบาดเจ็บอีกทั้งยังไร้อาวุธสำหรับต่อสู้

พรึ่บ....!!

คิเรพุ่งตรงไปยังร่างทะมึนอย่างไม่คิดชีวิต เธอตวัดกรงเล็บไปยังบริเวณอกด้านซ้ายของศัตรู หวังว่าจะควั้กหัวใจของมันออกมา แต่เธอกลับพลาดเป้าล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ไม่หรอก แท้จริงแล้วเธอไม่ได้พลาด แต่เธอทะลุร่างนั้นไปต่างหาก เจ้านั้นมันไม่มีตัวตน แต่เป็นเพียงแค่เงาดำ

เจคอบพุ่งตัวเข้าใส่อาคันตุกะตรงหน้า ก่อนจะซัดกำปั้นลงไประหว่างหน้า แต่ผลกลับออกมาว่า เค้าทะลุผ่านมันไปเช่นเดียวเหมือนกับคิเร

ฮ้า ฮ้า ฮ้า พวกเด็กโง่ ร่างทะมึนหัวเราะดังลั้นไปทั่วฟ้า ความวังเวงครอบคลุมจิตใจของทั้งสาม เจคอบประคองร่างของคิเรขึ้นมาเคียงข้าง แซนดี้ยังคงต่อสู้อยู่กับร่างทะมึนอีกร่างหนึ่ง ตอนนี้คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าวิชาก้นหิ่บของเฟรินอีกแล้ว พวกเค้าไร้ซึ่งอาวุธไว้ปกป้องตัวเอง วิชาประจำตระกูลของคิเรก็ทำลายมันไม่ได้

เผ่น......!!!

เป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมา เจคอบคว้าข้อมือของคิเรก่อนจะวิ่งไปดึงเจ้าแซนดี้หลบออกจากคมดาบมาอย่างหวุดหวิด พวกเค้าวิ่งไปตามทางอย่างทุลักทุเล เลือดเริ่มไหลออกจากปากเจคอบลงมาที่คอ แต่สิ่งเดียวที่เค้ารู้ตอนนี้คือต้องวิ่งหนีเพื่อนเอาชีวิตให้รอดพ้นจากภัยอันตรายนี้ เพื่อที่เค้าจะได้ไปพบกันคนที่เค้าอยากพบ เพื่อที่อีกสองวันเค้าจะได้กลับไปพบแม่ที่ไม่เคยปรากฎตัวมาเป็นระยะเวลาสิบสี่ปี เพื่อที่จะทำให้ชีวิตนี้อยู่ยาวนานไปมากกว่านี้ เค้ามีความสุขกับชีวิตที่ผ่านมา แต่มันยังไม่เพียงพอ

ร่างทะมึนลอยตามพวกเค้ามาติดๆ ร่างหนึ่งลอยไปดักอยู่เบื่องหน้าก่อนจะลงมาจุติอยู่บนพื้นพสุธา เคียวใหญ่ตั้งชันอยู่ข้างกาย รอยยิ้มรูปพระจันทร์เสี้ยวของอาคันตุกะเปลงประกายแพรวพรายอย่างได้ใจ พวกเค้าจำเป็นต้องหยุดกระทันหัน แต่เม่ือหันหลังกลับมาอีกด้านหนึ่งก็พบว่ามีร่างหนึ่งดักรออยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้พวกเค้ากำลังจนมุม ด้านหน้าคือศัตรู ด้านหลังก็ศัตรู ด้านขวาคือธาราอันกราดเกรี้ยว ด้านซ้ายคือท้องนาที่เต็มไปด้วยโคลนตม ถึงจะวิ่งไปก็หนีไม่พ้น ทั้งสามมองหน้ากันไปมา ก่อนจะพยักหน้าอย่างรับรู้ซึ่งความคิดของกันและกัน พวกเค้าวิ่งไปทางด้านขวา แต่เคียวเล่มใหญ่ของทั้งสองกลับตวัดลงกลางครัน ทันใดนั้น แสงสีน้ำเงินก็สว่างจ้า.......

+++++++++++++++++++++++++++

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เสียงกรี๊ดร้องดังลั้นเกวียนเล่มใหญ่ของสมาชิกแห่งป้อมอัศวิน

เฟริน.... บุรุษผมสีเงินตะโกนเรียกคนขี้เซาให้ตืนจากภวัง

ฮื้อ ฮื้อ.......... สาวน้อยผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลครางหงุงหงิง น้ำใสๆไหลพรากลงมาจากตา เล่นเอาบุรุษตรงหน้าถึงกับตกใจๆ คว้าร่างบางเข้ามาในอ้อมอก คาโล.....ฮื้อ.... เฟรินกอดร่างใหญ่ไว้แนบแน่นจนไม่อยากจะปล่อยให้เค้าหลุดจากอ้อมอกของเธอเลย เสียงครางหงิงๆยังไม่ยอมหยุดเธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก ปวดร้าวหัวใจ อีกทั้งยังเหนื่อยร้าไปทั้งตัว เรี่ยวแรงหดหาย

แกเป็นอะไรของแกว่ะ นักฆ่าปัญญาอ่อนทักขึ้น แต่คนถูกถามยังไม่ยอมตอบอีกทั้งยังส่งสายตาแดงๆอันโกรธเคืองมาให้ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอีกระลอก เล่นเอาเพื่อนๆร่วมเกวียนถึงกับงง

ก็จะมีอะไรอีกล่ะ---- กะอีแค่เด็กนอนฝันร้าย แองจี้เสริมขึ้น แต่คนโดนต่อว่ายังร้องไห้ต่อไปไม่หยุด

..........แปลก ปกติมันคงตอบกลับมาเป็นชุด แต่วันนี้มันกลับเงี่ยบ.......... แองจี้นั่งเกาคางอย่างสงสัย มองดวงตาคู้สีน้ำตาลที่ท่วมไปด้วยน้ำตาอย่างฉงน

เฟรินนอนฝันร้ายบ่อยหรอครับ ซีบิลที่กำลังนั่งเล่นหมากลุกอยู่อาซูร่าถามขึ้นอย่างสุภาพ สงสัยคาโลแกล้งเฟรินบ่อยแน่ๆเลย ว่าจบเพื่อนๆก็ปล่อยฮาออกมา แต่ผู้ถูกพาดพิงก็เอาแต่กอดกันกลมอย่างไม่อายสายตาประชาชีเท่าไหร่เลย ............ด้านคูณด้าน จริงๆ.....

นายร้องไห้ทำไม คาโลถามอย่างอ่อนโยน แต่คนถูกถามก็เอาแต่หัวซุกอกคนตรงหน้า พรางสะอื้นอยู่ไม่หยุด

ก็บอกแล้วไม่ให้นอนตอบพลบค่ำก็ไม่เชื่อ แล้วเป็นไงล่ะทีนี้ ฝันร้ายละสิท่า คิลเอ่ยขึ้นพรางขัดๆสีกริซเล่มงามของตนไปมา

จะนอนตอนไหนมันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยนี่ค่ะ---ถ้าหากคนเราจะฝันร้าย นอนตอนเช้าก็ฝันได้ ตอนกลางคืนก็ฝันได้ เรนอนยาใจนักฆ่าเอ่ยขึ้น เล่นเอาคนชอบแขวะหงายหลังตึ้ง ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมดในสายตาเธอ .....โอ้...แม่เรนอนยอดรัก...เจ้าจะรู้บ่างมั้ยว่า...พี่อยากได้น้องยา...อยู่ข้างใจ...เหตุไฉน...เจ้าใย...มิเข้าข้าง...กันบ่างเลย....ชะอะเองเอย...

ฉะ...ฉะ...ฉันฝันอีกแล้ว... คนถูกถามสะอื้นพร้อมกับกอดคนตรงหน้าแน่นกว่าเก่า

ฝันว่าอะไรอีก...ล่ะ.. คนถูกกอดถามกลับอย่างอ่อนโยน

ลูกของเราโดนฆ่าตาย .....ลูกของเราอีกแล้วหรอ เจ้าชายผู้สูงศักดิ์ถึงกับหน้าแดงก่ำเพราะความอาย ส่วนไอ้เพื่อนร่วมป้อมมันก็พากันปล่อยฮาออกมาโฮกใหญ่

ลูกพวกแกโดนฆ่าตาย เหล่าทะโมนประสานเสียงออกมาพร้อมกันราวกับนัดหมาย แล้วก็หัวเราะเยาะแม่หัวขโมยสาวอีกระรอก.....นี่ขโมยมันช่างเพื้อฝันขนาดนี้เชียวเรอะ.....

ไอ้พวกบ้า หุบปากไปเลย สาวน้อยรูปงามสบทออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

ฉันว่า นายเลิกร้องไห้ก่อนดีกว่า ดูสิตาบวมหมดแล้ว คาโลกล่าวขึ้นพร้อมกับปาดคราบน้ำตาบนแก้มนวลๆของคนขี้เซาตรงหน้าอย่างบางเบา ก่อนจะจุมพิตลงบนกลางหน้าผากอย่างหวงแหน คนขี้แงก็ทำตามอย่างว่าง่ายพร้อมกับส่งสายตาใสแป๋วมองคนตรงหน้าราวกับว่าชาตินี้เธอจะได้มองเค้าเป็นครั้งสุดท้ายก็ไม่ปาน ความรักที่เธอมีให้เค้ามันมากเกินจะเก็บไว้......เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจคว้าคอคนตรงหน้ามาจุมพิตอย่างไม่อายเพื่อนๆทะโมนทั้งหลายที่กำลังนั่งดูละครที่ถ่ายทำสดๆร้อนโดยไม่ต้องเสียค่าตั๋ว

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ............อะไรว่ะ เพื่อนๆโฮร้องขึ้นพร้อมกัน นึกอยากจะถีบคู่รักที่พลอดรักอย่างไม่อายชาวบ้านลงจากเกวียนนัก นี่พวกมันรู้บ่างมั้ยว่าคนโสดไร้รักยังนังมองอยู่พรึบ แล้วยังมีหน้ามาทำให้เพื่อนๆอิจฉาเล่นอีก

คาโล.... มีคนโบกเกวียนจะจอดรับมั้ย เสียงห้องสมุดเคลือนที่ผู้คุมเกวียนตะโกนถามมา เล่นเอาบรรยากาศโรแมนติกระหว่างเธอและเค้าหดหายไปหมด



( ช่วงนี้ข้าพเจ้าอัพเรื่องช้าไปหน่อย ต้องขอประทานอภัยด้วยน่ะจ๊ะ เนื่องจากว่ามีเรื่องให้คิดเยอะน่ะ----ปล.ไปหาอ่านฟิค อ่านนิยายเล่นอยู่ ฮ่าฮ่า ฮ่า ล้อเล่น--- ตอนนี้มีอะไรเพิ่มมาอีกแล้ว มันจะเกี่ยวอะไรกันว่ะนี่ ยิ่งแต่งยิ่งไม่ได้เรื่องเลยไอ้เอมริสเมอร์ลินนี่ อีกทั้งยังสั้นอีกต่างหาก ฮ่า ฮ่า ฮ่า น่าน่ะ เห็นใจเราหน่อยน่ะจ๊ะเพื่อนจ๋า เอิ้กๆๆๆเราว่าตอนนี้มันดูแปลกๆแฮะ เหมือนไม่ประติดประต่อ แต่ชอบฉากคาโลกับเฟรินจังเลย ถึงแม้จะน้อยไปหน่อย เอิ้กๆๆ มีชอบอยู่ไม่กี่ตอนน่ะนะ รู้อยู่ว่ามันออกจะกร่อยๆแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า แบบว่าใจจริงอยากจะเเต่งฉากรักของทั้งคู่มากกว่า แต่เดี๋ยวแอปเปิ้ลจะถามหาเจคอบสุดน่ารักอีกน่ะนะ เราจึงพยายามคัดน้องเจลงเยอะกว่าพวกเฟรินนิดหน่อย ---ไม่หน่อยเเระ---มากเลย--- ยังไงเพื่อนๆก็ติเตือนว่ากล่าว ด่ามาเอ้ย เม้นมาด้วยน่ะค่ะ เรื่องคงจะมีอีกไม่กี่ตอนแล้วแหละมั้ง เราคิดว่าน่ะ เพราะเรื่องนี้ออกจะสั้นนิโหน่ย) รักคนอ่านทุกคนนนนนนนนนนนนจร้าาาาาาาาาาาาาาา................

Comment

Comment:

Tweet


#11 by 66 (210.86.221.178) At 2007-10-10 21:21,
ไม่น้า!!!!!!!!
จะรออ่านเน๋อ
#10 by ความรักมันน้ำเน่า (203.113.37.7) At 2007-03-29 19:29,
สนุกมากเลยค่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#9 by เอริ (202.57.170.116) At 2007-02-08 20:56,
อ๊วกกกกกกกกกกกกก

แหวะๆๆๆๆ (ตามมาแหวะถึงบลอคคนนิสัยสวยเลยนะคร๊า) กร๊ากกกกกกกกกกก

รักหรอกนะถึงเย้าเล่น รู้ไม๊ หือม์?
#8 by - o f f l i n e - At 2005-08-05 12:14,
อ่า คือเว็บที่พี่ให้มันเปนภาษาอังกฤษหมดอ่านไม่ออกง่า
#7 by aim (203.147.53.68) At 2005-08-03 12:08,
เห้ย!!!~

จะจบแล้วเหรอวะ????!!!!

แกเอ๊ยช้านยังไม่ได้อ่านตั้งหลายตอน เอาไว้ว่างแล้วจะตามอ่านย้อนหลัง ขอติดไว้ก่อนเน๊อ


คิดถึง อยากเจอเธอ แต่เราอยู่ไกลกัน....
#6 by - o f f l i n e - At 2005-08-01 23:36,
อิอิ ตอนแรกเห็นยังไม่อัพในบล็อกเลยเข้าไปอ่านในบอร์ดมาแล้วอ่า
หุๆ ชอบที่สู้ดค่า เฟรินร้องไห้ คาโลมาปลอมน่ารักมากมาย ฮุๆ
พยามแต่งต่อน้าค้า จะรออ่านค่า หุๆๆ
#5 by เจ้าชายปีศาจ At 2005-07-31 22:48,
*_* เซฟไว้ก่อนนะค่า
จะสอบแล้ว เด๋วมาอ่านหลังสอบ~T_T
#4 by iceji1992 At 2005-07-31 21:52,
ยังไม่ได้อ่าน ขอแปะไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมาอ่านอีกรอบ เพราะไม่ได้อ่านหัวขโมยบารามอส เลยไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นใคร
ขอไปอ่านตั้งแต่ตอนแรกก่อนน้า
#3 by pearl At 2005-07-31 20:50,
ไม่ว่าเค้าจะพูดอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมดในสายตาเธอ .....โอ้...แม่เรนอนยอดรัก...เจ้าจะรู้บ่างมั้ยว่า...พี่อยากได้น้องยา...อยู่ข้างใจ...เหตุไฉน...เจ้าใย...มิเข้าข้าง...กันบ่างเลย....ชะอะเองเอย...

+-+

555+
ขำตรงนี้อ่ะ คิก ๆ ๆ จะตามมาอ่านตอนต่อไปน๊ะคับ ........

Ps. ขอกลับไปอ่านตอนก่อน ๆ ก่อนดีกว่า เอิ๊กส์ ๆ
#2 by Mean:Boy At 2005-07-31 09:14,
แฟนบารามอส ตัวยงเลยเหรอครับเนี่ย
ชอบใครในเรื่องอ่ะ ผมชอบ คาโล

- - - - - - - - - - -
โด นารุโตะ นะฮะ
- - - - - - - - - - -
อ่า โหลดแล้วเปิดไม่ได้นี่ยังไงอ่าฮะ ผมก็ งง -_-"

ตอนนี้ผมแก้ ตอนที่ 11 ไปแล้วอ่ะ
ตอนแรกมันโหลดไม่ได้

ส่วนอันอื่นผม ใส่ url ผิดไปบางอัน
ลองโหลดไปใหม่ดูนะฮะ
#1 by 【 G o r n 】 At 2005-07-31 01:42,

Emrysmerlin
View full profile