2005/Aug/08

คาโลลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกเกวียน ก่อนจะเพ่งมองไปยังอาคันตุกะ ที่กำลังยืนโบกเกวียนของพวกเค้าอยู่ข้างทาง พวกเค้ายังไม่สามารถมองเห็นภาพของบุคคลเบื้องหน้าได้ชัดเจนนัก คาโลจึงไม่สามารถตอบคำถามของโรได้ว่าพวกเค้าควรจะจอดหรือไม่

นายลองบังคับเกวียนเข้าไปใกล้ซักหน่อยก่อน ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าพวกเค้าน่าไว้ใจรึเปล่า คาโลออกความเห็น โรและครี๊ดพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

คาโลยืนเกาะขอบประตูเตรียมตัวรอดูอาคันตุกะ เกวียนของพวกเค้าแล่นใกล้เข้าไปเรื่อยๆ คาโลมองเห็นร่างเด็กสาววิ่งออกมากลางทางพรางโบกมือไขว้กันไปมา ใบหน้าส่อแวววิตกกังวลอย่างมาก โรหรี่ตามองเด็กสาวอย่างพินิจพิจารณา

สวัสดี เด็กสาวตะโกน

จอดมั้ย ครี๊ดถาม

จอดไว้ห่างๆ ฉันจะเดินลงไปดูเองเพื่อความแน่ใจ คาโลกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ และถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ให้พวกนายขับเกวียนออกไปทันที อย่ารอฉัน ฉันได้กลิ่นอายแปลกๆ ครี๊ดและโรพยักหน้ารับ

โรและครี๊ดบังคับเกวียนไปเทียบอยู่ริมน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากตำแหน่งที่เด็กสาวยืนอยู่ประมาณสามร้อยเมตร คาโลคว้าคทามากำแน่นไว้ในมือก่อนลงจากเกวียนเดินตรงไปยังอาคันคุกะตรงหน้าอย่างระแวดระวังเด็กสาวผู้มีเรือนผมสีม่วงปรายยิ้มออกมาอย่างดีใจ คาโลสังเกตุได้ถึงคราบน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของเด็กสาวได้ชัดเจน

เธอเป็นอะไรรึเปล่า คาโลถาม

เพื่อนของฉันบาดเจ็บ เด็กสาวกล่าว

เพื่อนของเธออยู่ไหน เมื่อสิ้นคำถาม เด็กสาวก็ชี้มือไปด้านหลังของคาโล เค้าหมุนตัวกลับก็พบว่ามีร่างเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลนอนจมกองเลือดอยู่

เจคอบ คาโลพึมพำ เค้าบาดเจ็บมานะ..... ยังไม่ทันที่จะกล่าวจบควันสีดำก็พุ่งขึ้นมาครอบคลุมร่างของเจ้าชายแห่งคาโนวาล ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับจรวด

โรและครี๊ดเห็นท่าทีไม่ดีจึงรีบคว้าอาวุธคู่กายออกมาแล้วก็กระโดดลงเกวียนด้วยความรีบเร่ง ก่อนจะตะโกนบอกเพื่อนที่อยู่ในเกวียน

คิล ซีบิลตามพวกฉันมา ส่วนซอโรและอาซูร่าบังคับเกีวยนพาผู้หญิงกลับไปที่โรงเรียนด่วน เมื่อกล่าวจบ พวกเค้าก็มุ่งหน้าไปหาเงานั่นทันที

คิลและซีบิลวิ่งตามโรและครี๊ดไป แต่ในขณะที่ซอโรและอาซูร่ากำลังจะมุ่งหน้ามาที่บังเยนก็ดูเหมือนว่าจะโดนพวกสาวๆยำจนต้องไปกองอยู่กับพื้น

คาโล สิ่งแรกที่เฟริินคิดออกในตอนนี้ เธอตะโกนเรียกชื่อผู้เป็นที่รักออกมาสุดเสียงก่อนจะกระโดดข้ามร่างเพื่อนทั้งสองวิ่งตรงไป

แหมพวกผู้ชายนี่เห็นเราเป็นอะไรน่ะ มีปัญหาทีไรก็จะไล่แต่เราหนี มาทิลด้าเอ่ยขึ้นแล้วก็กระโดดข้ามร่างทั้งสองไป

ใช่ค่ะ เรนอลเสริมก่อนจะคว้าอาวุธคู่กายแล้ววิ่งตามไป แองจี้ก็วิ่งตามไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ
แต่ดูเหมือนว่าเมื่อพวกคาโลจะจัดการกับเงานั่นไปเรียบร้อยแล้วเมื่อพวกเธอวิ่งไปถึง สิ่งที่พวกเธอเห็นก็มีเพียงแต่เงาดำสองเงาที่กลายเป็นน้ำแข็งและกำลังจะแตกสลายเงาหนึ่งครอบคลุมคาโลอยู่ อีกเงาหนึ่งครอบคลุมเด็กสาวร่างบางผู้มีเรือนผมสีม่วงเหมือนกับเรนอนอีกคนหนึ่งคือบุคคลที่พวกเค้ารู้จักแล้ว นั่นคือเจคอบ เจคอบ จาคอบเบียน เด็กหนุ่มจอมกวนที่เหล่าป้อมอัศวินล่ำลือว่าเป็นลูกที่ท่านเจ้าแอบไปไข่ทิ้งไว้ที่อื่นรึเปล่า เพราะความคล้ายคลึงของทั้งสองนั้นเล่นเอาเพื่อนๆปวดหัว แต่เจคอบในตอนนี้แลดูสบักสะบอมเต็มทน ในขณะที่คิล เรนอนและคนอื่นๆกำลังมองดูเด็กสาวผมสีม่วงนัยน์ตาสีเดียวกันนั้นอย่างสงสัย ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเจ้าแซนดี้ที่กำลังเดินเซซ้ายเซขวาออกมาข้างนอกเลย

เจคอบ เฟรินอุทานขึ้น หัวใจเริ่มพองโตอย่างบอกไม่ถูก เธอวิ่งไปกอดร่างเด็กหนุ่มอย่างรักใคร่ เจคอบสวมกอดเฟรินพร้อมกับซบลงบนบ่าของเธอ น้ำใสๆพรั้งพรูออกมาจากดวงตาของทั้งคู่อย่างห้ามไม่อยู่ เจคอบรู้อยู่แกใจว่าลูกผู้ชายไม่ควรอ่อนแอหรือแม้แต่จะเสียน้ำตา แต่เค้าขออ่อนแอเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายเถอะ เพราะเค้าไม่เคยรู้สึกดีใจเท่านี้มาก่อนเลย มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของคนที่ตนรัก แม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำอะไรให้เค้ามากมาย แต่เค้ากลับรู้สึกหลงรักเธออย่างบอกไม่ถูก แต่มันเป็นรักที่ไม่ใช่รักแบบชู้สาวแต่เป็นรักบริสุทธิ์ เหมือนกับความรักที่เด็กๆมีให้แก่บุคคลที่ปฎิบัติดีต่อตน หรืออาจจะเป็นรักที่เรียกว่ารักบุคคลในครอบครัว ตอนนี้เจคอบรักเฟรินมาก มากจนบอกไม่ถูก รักมาก แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องเป็นเฟริน

ฉะ..ฉันขอเรียกเธอว่าพี่ได้มั้ยเฟริน เจคอบเอ่ยถามขึ้น เค้าไม่แน่ใจว่าเค้าต้องการอะไรจากคนตรงหน้า แต่เค้าขอเป็นคนสำคัญของเธอเพียงแค่นั้น เฟรินพยักหน้ารับ ส่วนคนยืนฟังก็ถึงกับรู้สึกงงงวยไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเค้าทั้งสองพูดกัน ก็แน่แหละ ไม่มีใครรู้นิว่าเจคอบอายุน้อยกว่าพวกเค้า นอกจากโร เฟริน และตัวเจคอบเอง และก็ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ แม้แต่เจ้าชายน้ำแข็งผู้เคยรู้สึกหึงหวง แต่เมื่อได้ยินคำขอของเด็กหนุ่ม มันกลับทำให้เค้ารู้สึกเย็นลงอย่างประหลาด ความรู้สึกอาธรอย่างอธิบายไม่ได้ รับฉันเป็นน้องชายจะได้มั้ยเฟริน เฟรินพยักหน้าตอบอีกรอบ

ฟะ....เฟริน ทำไมนายต้องรับเจคอบเป็นน้องด้วยว่ะ ก็พวกเราอายุเท่ากันนี่ เป็นเพื่อนก็ได้นี่หว่า ครี๊ดถาม แต่ดูเหมือนว่าคนถูกถามจะไม่ได้สนใจคำถามของเค้าเท่าไหร่นักเหล่าสมาชิกป้อมอัศวินนึกสงสัยขึ้นมา แต่ยังไม่อยากที่จะคว้านหาคำตอบในตอนนี้เท่าไหร่นัก

ดะ..ได้.. ตั้งแต่วันนี้ไปนายจะเป็นน้องชายฉัน ฉันมีน้องสาวหนึ่งคน และตอนนี้ฉันจะรับนายเป็นน้องชายเพิ่มอีกหนึ่งคน เฟรินสะอื้น เธอรู้สึกคิดถึงเค้ามากขนาดนี้เชียวหรือ แต่ในขณะที่เฟรินเอื้อมไปสัมผัสแผ่นหลังของเจคอบ เธอก็สัมผัสได้ถึงความชื้น เธอยกมือขึ้นมาดู

เลือด.....

และทันใดนั้นเจคอบก็เริ่มรู้สึกตาลาย เฟรินเริ่มรู้สึเวียนหัวเพราะเห็นว่าคนตรงหน้าบาทเจ็บ ทั้งสองทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างพร้อมเพรียงกัน คิเรและโรวิ่งเข้าไปหาเจคอบ ส่วนคาโลวิ่งไปอุ้มร่างเฟริน

กลับไปที่โรงเรียนก่อน แล้วค่อยส่งคนไปบอกยกเลิกค่ายซักระยะ คาโลออกคำสั่งพร้อมกับอุ้มร่างบางขึ้นมาจากพื้นดินคิลวิ่งไปประคองเจคอบแทนคิเรเพื่อช่วยโร เรนอน มาทิลด้า แองจี้เดินเข้าไปพยุงคิเรเดินขึ้นเกวียนไปด้วยกัน ส่วนเจ้าแซนดี้ก็ยังไม่มีใครสนใจเช่นเดิม มันพยายามตะเกียกตะกายร่างอันไร้เรี่ยวแรงตามคนอื่นๆไปอย่างทุลักทุเล

อ้าว---เจ้าสัตว์เลี้ยงจากเดมอส เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นเรียกให้แซนดี้หันหลังกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์

อ้อ--ว่าไงล่ะ เจ้าครี๊ดดี้ แซนดี้กระแทกเสียงตอบ

มา--ฉันช่วย ดูท่าทางนายจะสะบักสะบอมเต็มทน ....ไอ้เด็กนี้มันก็ไม่เลวแฮะ รู้จักมีน้ำใจช่วยคนแคระ...เอ้ยช่วยโคมุสอย่างเรา...

ครี๊ดแบกร่างเล็กมานั่งบนไหล่แล้วเดินขึ้นเกวียนไป เมื่อถึงเกวียนในขณะที่คาโลปล่อยหมอโอเดทออกมารักษาเจคอบอยู่นั้น แซนดี้ก็วิ่งไปนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนเฟรินที่นอนสลบอยู่ข้างนั้นมีสามสาวแห่งป้อมอัศวินคอยพัดให้เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว หนังจากที่หมอโอเดทรักษาเจคอบเสร็จเรียบร้อย ต้อนนี้ก็คือการรอเวลาให้ทั้งสองฟื้นขึ้นมา เวลานั้นคือเวลาที่ทุกคนสะดุดตาพร้อมๆกัน สมาชิกของป้อมอัศวินดีดตัวลุกขึ้นยืน มองดูร่างทั้งสองร่างที่นอนอยู่ข้างกันอย่างตกใจ ตกใจหรอ ทำไมถึงตกใจ มันไม่ใช่แค่ตกใจ แต่มันปนไปด้วยความรู้สึกสงสัยในความประหลาด ประหลาดที่คนสองคนมีใบหน้าคล้ายคลึงกัน เพียงแค่คนหนึ่งเป็นหญิง อีกคนเป็นชาย พวกเค้านึกสงสัยมานานแล้วว่าเด็กตรงหน้ามันหน้าตาคุ้นๆ เพียงแค่สายตาคู่สีน้ำเงินคู่นั้นเป็นจุดแตกต่างที่ทำให้พวกเค้าแยกไม่ออกเท่านั้นเอง

คิล เรนอลกำแขนนักฆ่าไว้แน่น คิลก้มมองมือเล็กอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยายามขบความดีใจเอาไว้ลึกๆ นายคิดเหมือนที่ฉันคิดมั้ย เรนอนกระซิบถาม ...คิดสิ อยากให้เธอคิดนานๆ ฉันจะยืนป็นเสาให้เธอเกาะแกะ....แอะ..แอะ.. คิลเริ่มหน้าแดง รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่เธอเข้าใกล้เค้ามากที่สุด คิล...คิล อยากอยู่ตรงนี้....ที่ที่เรารักกัน เอิ้กๆๆ......

โคร่ม!!!!

โอ๊ย--- เรนอน ผลักฉันทำไม นักฆ่าปัญญาอ่อนผู้ลงไปกองอยู่ริมประตูโวยขึ้น....เฮ้อ เห็นน่ารักติ๋มๆ..ที่แท้ก็โหดร้ายอย่างนี้นี่เอง ...นี่เราคิดถูกมั้ยนี่ที่หลงเสน่ห์เธอ..

...โอ้เรนอนคนงามแม่ยอดรัก ใจพี่ปักรักเจ้ามากหนักหนา...เพราะใดใยเจ้านั้นถึงได้มา...ผลักพี่ยาลงไปกองจมกองดิน...ตัวพี่เองสุดแสนจะสิ้นคิด..ที่หลงผิดรักเจ้าและหวงแหน... หรือใจเจ้ายังเหยียดหยามและดูแคลน...พี่สุดแสนจะโศกเศร้าระทมใจ....


ก็ฉันพูดกับนายอยู่ตั้งนาน นายไม่ยอมตอบซะที เรนอนเชิดหน้าหนี คิลลุกขึ้นมาแล้วปัดฝุ่นเล็กน้อยเมื่อตั้งสติได้

เธอว่าอะไรหรอจ๊ะ คิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เรนอนเบ้หน้าใส่เค้า ก็ฉันมันแค่นักฆ่าปัญญาอ่อน อย่าได้ถือสาเลยน่ะ ประโยคสุดท้ายสามารถเรียกเสียกหัวเราะของเจ้าหญิงแห่งคาโนวาลได้จริง

ฉันถามนายว่า นายคิดเหมือนฉันมั้ย เรนอนทวน ฉันว่า เฟรินกับเจคอบเหมือนกันมาก ในขณะที่เรนอนกำลังอธิบายเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ก็เดินออกจากเกวียนไป ทำให้เธอรู้สึกหนาวๆชอบกล

หัวข้อของเฟรินและเจคอบถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอีกรอบ มีเพียงหนึ่งคนที่ไม่ยอมพูดจากับใคร ได้แต่นั่งหลบอยู่อีกมุมหนึ่ง สายตาจ้องไปยังเด็กหนุ่มผู้บาดเจ็บอย่างอาวรณ์ เรนอนเหลือบไปเห็นเด็กสาวผู้มีเรือนผมสีม่วงก็นึกสงสัยและถูกชะตาด้วย เธอเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวก่อนจะนั่งลงข้างๆและเริ่มต้นบทสนทนาขึ้น

เธอเป็นเพื่อนเจคอบหรอจ๊ะ เรอนอนถามอย่างสุภาพพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานๆไปให้ เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองคนตั้งคำถามอย่างตะลึง ......ท่านแม่ตอนอายุสิบหกปีสิน่ะ....น่ารักจัง.....เหมือนที่เจคอบกล่าวไว้ไม่มีผิด.....คิเรยิ้มตอบแล้วจึงพยักหน้ารับ ตอนนี้เธออยากจะกระโดดกอดคนตรงหน้า แต่เค้าไม่รู้นิว่าเธอเป็นใคร....คิดถึง....คิดถึงท่านแม่เหลือเกิน.....อยากจะระบาย....อยากจะพูดคุย......เราควรจะบอกท่านแม่ในอดีตดีมั้ยว่าเราเป็นใคร...บางทีอาจจะพูดคุยกันได้มากขึ้น เธอชื่ออะไรล่ะจ๊ะ คิเรสดุ้งโหยงหลังจากได้ยินคำถาม

อะ...เออ..คิเร คิเรค่ะ เด็กสาวตอบตะกุกตะกัก

เธอเป็นเพื่อนของเจคอบ และพอจะตอบฉันได้มั้ยว่าพวกเธออายุเท่าไหร่กัน เรนอนถามอย่างอ่อนโยน คิเรเบือนหน้าหนี .......นี่เธอควรจะตอบดีมั้ยนี่.... ฉันแค่สงสัยว่า---ทำไมเฟรินต้องให้เจคอบเป็นน้องด้วยหากพวกเราอายุเท่ากัน และก็ดูเหมือนว่าพวกเธอกำลังพยายามปกปิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ เรนอนก้มหน้ามองคิเรที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

...........บอกก็บอกเหอะ....ซักวันความลับก็ต้องถูกเปิดเผย สิ...สิบสี่.. คิเรตอบ

สิบสี่.......... เหล่าทะโมนอุทานออกมาพร้อมกัน เรนอนหันกลับไปมอง เธอลืมไปเลยว่ายังมีเพื่อนๆคอยแอบฟังอยู่ด้านหลัง

แล้วเจคอบมาทำอะไรที่เอดินเบิร์ก แองจี้ถาม

แล้วทำไมต้องมาเรียนปีสาม มาทิลด้าถามต่อ

แล้วทำไมต้องโกหกพวกเราด้วยครับ ซีบิลถามบ่าง

รู้สึกว่าจะมีลับลมคมในอยู่เยอะซะด้วยซิ ซอร์โรยกมือถูคางเป็นเชิงใช้ความคิด

เจคอบต้องการจะมาทำอะไรที่นี่แค่สามอาทิตย์ และเค้าหายไปไหนตั้งวันนึง พอโผล่มาก็บาดเจ็บ อาซูร่าถามบ่าง คิเรส่ายหัว เธอไม่อยากจะตอบซักเท่าไหร่เลย....เพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่รู้และมีบางสิ่งที่เธอรู้แต่ตอบไม่ได้ สิ่งที่เธอไม่รู้คือ ทำไมเจคอบถึงมาที่นี่ และทำไมต้องอยู่ถึงสามอาทิตย์ แต่อย่างที่สองคือ เธอรู้แค่ว่าเจคอบต้องการกลับมาที่นี่เพื่อมาหาเฟริน หลังจากที่เธอทำพิธีเรียกตัวเค้ากลับไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านพ่อ

ฉันคิดว่าพวกนายควรจะเงียบได้แล้วน่ะ น้ำเสียงอันเยือกเย็นตะโกนกลับมาจากด้านนอก รู้จักสงบสติอารมณ์ซะบ่าง เดี๋ยวคนป่วยได้พากันใจขาดตายไปกันพอดี เมื่อสิ้นคำสั่ง พวกทะโมนก็พากันไปนั่งมุมใครมุมมัน และก็สงบปากสงบคำอย่างว่าง่ายเพราะกลัวจะกลายเป็นน้ำแข็งหากคนที่อยูู่เบื่องนอกอารมณ์เสียขึ้นมาจริง

...................................

ครี๊ด--- ให้ฉันบังคับเกวียนแทนนาย---นายเข้าไปข้างในได้แล้ว น้ำเสียงบงบอกถึงความตรึงเครียดเอ่ยขึ้น ครี๊ดพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เค้าจึงเปลี่ยนยื่นสายหนังส่งให้คาโลแล้วเดินกลับเข้าไปในเกวียน โรมองหน้าคาโลด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเป็นอะไรทำไมถึงได้ทำหน้าเครียกอย่างนี้ นี่ถ้าไม่ติดที่ว่าอยู่ร่วมป้อมกันมาสองถึงสามปีแล้วละก็ เค้าคงจะขอเผ่นเหมือนกัน

พระอาทิตย์ยามพลบค่ำนี่ก็สวยดีน่ะ โรเปิดบทสนทนาเพื่อลดความตรึงเครียด

นายรู้อยู่แกใจ นายรู้มาตั้งนานแล้วใช่มั้ย คาโลกล่าวอย่างเคร่งเครียด

ฉันรู้อะไรหรอ โรถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

นายรู้....รู้ว่า... นายรู้ว่าเจคอบเป็นใคร....นายรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว... คาโลกล่าวตะกุกตะกัก แค่ทำไมนายไม่ยอมบอกพวกฉัน คาโลกัดฟันดังกรอด

ใช่...ฉันรู้ โรยอมรับอย่างง่าย...ในเมื่อความลับมันปิดไม่อยู่แล้ว เหตุฉไนเค้าจะต้องปิดบังมันไว้ แต่เรื่องที่ฉันไม่บอกนาย ฉันก็แค่เห็นว่า เรื่องภายในครอบครัวฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องไปสาธยายให้คนอื่นเค้ารับรู้ คำตอบเรียบๆของห้องสมุด เรียกใบหน้าของคาโลให้ขึ้นสี ...นี่มันเห็นเค้าเป็นใครกัน....แบบนี้แล้วมันจะหาว่าเค้าเป็นคนนอกอีกหรอ...... ลูกของฉัน ฉันมีวิธีจัดการเอง ประโยคสุดท้ายเรียกความสงสัยของอีกหนึ่งบุรุษ

ลูกของนาย คาโลทวนคำ

ฉันรู้ว่าลูกของฉันทำผิด แต่เรื่องนี้ฉันคิดว่า ตัวฉันเองในอนาคตก็สามารถจัดการกันเค้าได้เช่นกัน โรกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตนเอง

ใครคือลูกนาย ฉะ..หมายถึง.. ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่นายพูด

อ้าว.. นายไม่รู้หรอกหรอว่าเจคอบเป็นลูกฉัน โรถามกลับอย่างหัวเสีย......นี่เค้าเผลอเรอขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเค้ากลายเป็นพวกตื่นตูมไปแล้ว.....นี่เค้าเผลอบอกไปทั้งๆที่คนตรงหน้าไม่ได้รู้เกี่ยวกับเขา.....

ฉันมะ....ฉันหมายความว่าเจคอบเป็นลูกของฉันต่างหาก คาโลตอบกลับตะกุกตะกัก โรเบิกตากว้างอย่างสงสัย

ก็... โรอยากจะพูดต่อ แต่ก็หยุดไป นายรู้ได้ไงว่าเจคอบเป็นลูกของนาย โรถาม

จากจดหมาย คาโลนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง สายตาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้า ท่านโอเดลยื่นจดหมายของเจคอบให้ฉันตอนรักษาเขาอยู่

จดหมายอะไร

จดหมายเรียกตัว จากคิล..

และ....แล้วทำไมจากคิลล่ะ โรถามขึึ้นอย่างสงสัย คาโลยื่นจดหมายให้โรก่อนจะดึงสายหนังจากด้านของโรมาคุมเอง โรคลี่จดหมายออกช้าๆ

เจคอบ จาคอบเบี่ยน

ก่อนอื่นน้าต้องแนะนำตัวก่อน น้าคือคิลมัส ฟีลมัส หรือจะเรียกว่าน้าคิลก็ได้แล้วแต่หลานจะสะดวก ในวันนี้น้าได้ส่งจดหมายมาให้หลานแทนพ่อกับแม่ของหลาน ซึ่งพวกเค้ากำลังยุ่งๆอยู่และมีเรื่องต้องจัดการอีกมากมาย แต่ก่อนอื่นน้าอยากจะบอกหลานซะก่อนว่าหลานควรจะตั้งสติให้ดี และยอมรับความจริงที่น้าจะบอกต่อไปนี้ให้ได้
น้าและครอบครัวเดินทางมายังเวนอลครั้งนี้เพื่อมาคุ้มครองหลาน และเพื่อที่จะนำตัวหลานกลับคืนสู่ที่ที่หลานควรจะอยู่ ถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่หลานจะต้องกลับคืนสู่ผู้เป็นบิดามารดาที่แท้จริง น้าอยากจะบอกว่าแท้จริงแล้ว..หลานไม่ใช่ทายาทแห่งทริสทอร์ แต่เป็นทายาทแห่ง ไตรพสุนธรา หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า The Hier Of Tree Kindoms ก็คือ The Hier Of Kanoval ,Baramos , And Demos หลานอาจจะงงและสับสนกับสิ่งที่น้าพูดไปพักหนึ่ง แต่น้าอยากบอกว่ามันคือความจริง ความจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าความจริงอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่ดี แต่เมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว แต่เราก็มีที่ทางเลือกคือ ยอมรับและเผชิญกับมัน รับไม่ได้แต่พยายามทำใจให้ยอมรับมัน หรือไม่ยอมรับแล้ววิ่งหนีมัน แต่น้าอยากให้หลานเลือกตัวอย่างที่หนึ่งหรือสองจะดีกว่า น้าหวังว่า หลังจากที่หลานอ่านจดหมายฉบับนี้หลานอาจจะยอมรับมันได้ ไม่ว่าตอนนี้หลานจะอยู่ที่ไหน น้าขอให้หลานกลับมาที่เวลนอลโดยด่วน เพราะอีกสามวันข้างหน้าเราจะต้องเดินทางไปยังคาโนวาล และที่นั่น จะเป็นที่ๆให้คำตอบกับหลานเอง
มีอีกอย่างนึงคือ หลานอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลายถึงเป็นทายาทแห่ง ไตรพสุนธรา ก็เพราะว่า หลานไม่ใช่ลูกของคิงชาเบีรยน แต่เป็นลูกของคิงและควีนแห่งคาโนวาลคิงคาโล วาเนบลี และ ควีนเฟลิโอน่า วาเนบลี
น้าอยากจะบอกไว้น่ะที่นี้เพื่อให้หลานเข้าใจว่า „ คนเรา--ย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป นั่นเป็นคำพูดที่แม่ของหลานใช้เสมอมาหวังว่าหลานจะเข้าใจมัน
เตรียมตัวเจ้าให้พร้อม

คิลมัส ฟีลมัส





อืม.. ฉันอ่านแล้วก็งงน่ะ โรมุ่นคิ้วเข้าหากัน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ขอทานผู้รอบรู้อย่างเค้าไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ

ฉันอ่านแล้วก็งงเหมือนกัน......แต่ คาโลหันมามองหน้าโรอย่างมีเลสนัยน์

แต่อะไร โรค้อนกลับ

ฉันแน่ใจอยู่อย่างนึงว่า

ว่า..

ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่านาย.... คาโลนิ่งไปพัก นายเป็นเจ้าชายซาเบีรยนที่หายสาบสูญไปจริงๆ โรกุมขมับ .....ทำไมเค้าถึงได้โง่ขนาดนี้......แต่ถึงยังไง...ทุกคนก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี......

นายว่าเฟร