คาโลลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปนอกเกวียน ก่อนจะเพ่งมองไปยังอาคันตุกะ ที่กำลังยืนโบกเกวียนของพวกเค้าอยู่ข้างทาง พวกเค้ายังไม่สามารถมองเห็นภาพของบุคคลเบื้องหน้าได้ชัดเจนนัก คาโลจึงไม่สามารถตอบคำถามของโรได้ว่าพวกเค้าควรจะจอดหรือไม่
นายลองบังคับเกวียนเข้าไปใกล้ซักหน่อยก่อน ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าพวกเค้าน่าไว้ใจรึเปล่า คาโลออกความเห็น โรและครี๊ดพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
คาโลยืนเกาะขอบประตูเตรียมตัวรอดูอาคันตุกะ เกวียนของพวกเค้าแล่นใกล้เข้าไปเรื่อยๆ คาโลมองเห็นร่างเด็กสาววิ่งออกมากลางทางพรางโบกมือไขว้กันไปมา ใบหน้าส่อแวววิตกกังวลอย่างมาก โรหรี่ตามองเด็กสาวอย่างพินิจพิจารณา
สวัสดี เด็กสาวตะโกน
จอดมั้ย ครี๊ดถาม
จอดไว้ห่างๆ ฉันจะเดินลงไปดูเองเพื่อความแน่ใจ คาโลกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ และถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ให้พวกนายขับเกวียนออกไปทันที อย่ารอฉัน ฉันได้กลิ่นอายแปลกๆ ครี๊ดและโรพยักหน้ารับ
โรและครี๊ดบังคับเกวียนไปเทียบอยู่ริมน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากตำแหน่งที่เด็กสาวยืนอยู่ประมาณสามร้อยเมตร คาโลคว้าคทามากำแน่นไว้ในมือก่อนลงจากเกวียนเดินตรงไปยังอาคันคุกะตรงหน้าอย่างระแวดระวังเด็กสาวผู้มีเรือนผมสีม่วงปรายยิ้มออกมาอย่างดีใจ คาโลสังเกตุได้ถึงคราบน้ำตาที่อยู่บนใบหน้าของเด็กสาวได้ชัดเจน
เธอเป็นอะไรรึเปล่า คาโลถาม
เพื่อนของฉันบาดเจ็บ เด็กสาวกล่าว
เพื่อนของเธออยู่ไหน เมื่อสิ้นคำถาม เด็กสาวก็ชี้มือไปด้านหลังของคาโล เค้าหมุนตัวกลับก็พบว่ามีร่างเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลนอนจมกองเลือดอยู่
เจคอบ คาโลพึมพำ เค้าบาดเจ็บมานะ..... ยังไม่ทันที่จะกล่าวจบควันสีดำก็พุ่งขึ้นมาครอบคลุมร่างของเจ้าชายแห่งคาโนวาล ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับจรวด
โรและครี๊ดเห็นท่าทีไม่ดีจึงรีบคว้าอาวุธคู่กายออกมาแล้วก็กระโดดลงเกวียนด้วยความรีบเร่ง ก่อนจะตะโกนบอกเพื่อนที่อยู่ในเกวียน
คิล ซีบิลตามพวกฉันมา ส่วนซอโรและอาซูร่าบังคับเกีวยนพาผู้หญิงกลับไปที่โรงเรียนด่วน เมื่อกล่าวจบ พวกเค้าก็มุ่งหน้าไปหาเงานั่นทันที
คิลและซีบิลวิ่งตามโรและครี๊ดไป แต่ในขณะที่ซอโรและอาซูร่ากำลังจะมุ่งหน้ามาที่บังเ
ยนก็ดูเหมือนว่าจะโดนพวกสาวๆยำจนต้องไปกองอยู่กับพื้น
คาโล สิ่งแรกที่เฟริินคิดออกในตอนนี้ เธอตะโกนเรียกชื่อผู้เป็นที่รักออกมาสุดเสียงก่อนจะกระโดดข้ามร่างเพื่อนทั้งสองวิ่งตรงไป
แหมพวกผู้ชายนี่เห็นเราเป็นอะไรน่ะ มีปัญหาทีไรก็จะไล่แต่เราหนี มาทิลด้าเอ่ยขึ้นแล้วก็กระโดดข้ามร่างทั้งสองไป
ใช่ค่ะ เรนอลเสริมก่อนจะคว้าอาวุธคู่กายแล้ววิ่งตามไป แองจี้ก็วิ่งตามไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ
แต่ดูเหมือนว่าเมื่อพวกคาโลจะจัดการกับเงานั่นไปเรียบร้อยแล้วเมื่อพวกเธอวิ่งไปถึง สิ่งที่พวกเธอเห็นก็มีเพียงแต่เงาดำสองเงาที่กลายเป็นน้ำแข็งและกำลังจะแตกสลายเงาหนึ่งครอบคลุมคาโลอยู่ อีกเงาหนึ่งครอบคลุมเด็กสาวร่างบางผู้มีเรือนผมสีม่วงเหมือนกับเรนอนอีกคนหนึ่งคือบุคคลที่พวกเค้ารู้จักแล้ว นั่นคือเจคอบ เจคอบ จาคอบเบียน เด็กหนุ่มจอมกวนที่เหล่าป้อมอัศวินล่ำลือว่าเป็นลูกที่ท่านเจ้าแอบไปไข่ทิ้งไว้ที่อื่นรึเปล่า เพราะความคล้ายคลึงของทั้งสองนั้นเล่นเอาเพื่อนๆปวดหัว แต่เจคอบในตอนนี้แลดูสบักสะบอมเต็มทน ในขณะที่คิล เรนอนและคนอื่นๆกำลังมองดูเด็กสาวผมสีม่วงนัยน์ตาสีเดียวกันนั้นอย่างสงสัย ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเจ้าแซนดี้ที่กำลังเดินเซซ้ายเซขวาออกมาข้างนอกเลย
เจคอบ เฟรินอุทานขึ้น หัวใจเริ่มพองโตอย่างบอกไม่ถูก เธอวิ่งไปกอดร่างเด็กหนุ่มอย่างรักใคร่ เจคอบสวมกอดเฟรินพร้อมกับซบลงบนบ่าของเธอ น้ำใสๆพรั้งพรูออกมาจากดวงตาของทั้งคู่อย่างห้ามไม่อยู่ เจคอบรู้อยู่แกใจว่าลูกผู้ชายไม่ควรอ่อนแอหรือแม้แต่จะเสียน้ำตา แต่เค้าขออ่อนแอเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายเถอะ เพราะเค้าไม่เคยรู้สึกดีใจเท่านี้มาก่อนเลย มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของคนที่ตนรัก แม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำอะไรให้เค้ามากมาย แต่เค้ากลับรู้สึกหลงรักเธออย่างบอกไม่ถูก แต่มันเป็นรักที่ไม่ใช่รักแบบชู้สาวแต่เป็นรักบริสุทธิ์ เหมือนกับความรักที่เด็กๆมีให้แก่บุคคลที่ปฎิบัติดีต่อตน หรืออาจจะเป็นรักที่เรียกว่ารักบุคคลในครอบครัว ตอนนี้เจคอบรักเฟรินมาก มากจนบอกไม่ถูก รักมาก แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมต้องเป็นเฟริน
ฉะ..ฉันขอเรียกเธอว่าพี่ได้มั้ยเฟริน เจคอบเอ่ยถามขึ้น เค้าไม่แน่ใจว่าเค้าต้องการอะไรจากคนตรงหน้า แต่เค้าขอเป็นคนสำคัญของเธอเพียงแค่นั้น เฟรินพยักหน้ารับ ส่วนคนยืนฟังก็ถึงกับรู้สึกงงงวยไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเค้าทั้งสองพูดกัน ก็แน่แหละ ไม่มีใครรู้นิว่าเจคอบอายุน้อยกว่าพวกเค้า นอกจากโร เฟริน และตัวเจคอบเอง และก็ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ แม้แต่เจ้าชายน้ำแข็งผู้เคยรู้สึกหึงหวง แต่เมื่อได้ยินคำขอของเด็กหนุ่ม มันกลับทำให้เค้ารู้สึกเย็นลงอย่างประหลาด ความรู้สึกอาธรอย่างอธิบายไม่ได้ รับฉันเป็นน้องชายจะได้มั้ยเฟริน เฟรินพยักหน้าตอบอีกรอบ
ฟะ....เฟริน ทำไมนายต้องรับเจคอบเป็นน้องด้วยว่ะ ก็พวกเราอายุเท่ากันนี่ เป็นเพื่อนก็ได้นี่หว่า ครี๊ดถาม แต่ดูเหมือนว่าคนถูกถามจะไม่ได้สนใจคำถามของเค้าเท่าไหร่นักเหล่าสมาชิกป้อมอัศวินนึกสงสัยขึ้นมา แต่ยังไม่อยากที่จะคว้านหาคำตอบในตอนนี้เท่าไหร่นัก
ดะ..ได้.. ตั้งแต่วันนี้ไปนายจะเป็นน้องชายฉัน ฉันมีน้องสาวหนึ่งคน และตอนนี้ฉันจะรับนายเป็นน้องชายเพิ่มอีกหนึ่งคน เฟรินสะอื้น เธอรู้สึกคิดถึงเค้ามากขนาดนี้เชียวหรือ แต่ในขณะที่เฟรินเอื้อมไปสัมผัสแผ่นหลังของเจคอบ เธอก็สัมผัสได้ถึงความชื้น เธอยกมือขึ้นมาดู
เลือด.....
และทันใดนั้นเจคอบก็เริ่มรู้สึกตาลาย เฟรินเริ่มรู้สึเวียนหัวเพราะเห็นว่าคนตรงหน้าบาทเจ็บ ทั้งสองทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างพร้อมเพรียงกัน คิเรและโรวิ่งเข้าไปหาเจคอบ ส่วนคาโลวิ่งไปอุ้มร่างเฟริน
กลับไปที่โรงเรียนก่อน แล้วค่อยส่งคนไปบอกยกเลิกค่ายซักระยะ คาโลออกคำสั่งพร้อมกับอุ้มร่างบางขึ้นมาจากพื้นดินคิลวิ่งไปประคองเจคอบแทนคิเรเพื่อช่วยโร เรนอน มาทิลด้า แองจี้เดินเข้าไปพยุงคิเรเดินขึ้นเกวียนไปด้วยกัน ส่วนเจ้าแซนดี้ก็ยังไม่มีใครสนใจเช่นเดิม มันพยายามตะเกียกตะกายร่างอันไร้เรี่ยวแรงตามคนอื่นๆไปอย่างทุลักทุเล
อ้าว---เจ้าสัตว์เลี้ยงจากเดมอส เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นเรียกให้แซนดี้หันหลังกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์
อ้อ--ว่าไงล่ะ เจ้าครี๊ดดี้ แซนดี้กระแทกเสียงตอบ
มา--ฉันช่วย ดูท่าทางนายจะสะบักสะบอมเต็มทน ....ไอ้เด็กนี้มันก็ไม่เลวแฮะ รู้จักมีน้ำใจช่วยคนแคระ...เอ้ยช่วยโคมุสอย่างเรา...
ครี๊ดแบกร่างเล็กมานั่งบนไหล่แล้วเดินขึ้นเกวียนไป เมื่อถึงเกวียนในขณะที่คาโลปล่อยหมอโอเดทออกมารักษาเจคอบอยู่นั้น แซนดี้ก็วิ่งไปนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนเฟรินที่นอนสลบอยู่ข้างนั้นมีสามสาวแห่งป้อมอัศวินคอยพัดให้เมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางแล้ว หนังจากที่หมอโอเดทรักษาเจคอบเสร็จเรียบร้อย ต้อนนี้ก็คือการรอเวลาให้ทั้งสองฟื้นขึ้นมา เวลานั้นคือเวลาที่ทุกคนสะดุดตาพร้อมๆกัน สมาชิกของป้อมอัศวินดีดตัวลุกขึ้นยืน มองดูร่างทั้งสองร่างที่นอนอยู่ข้างกันอย่างตกใจ ตกใจหรอ ทำไมถึงตกใจ มันไม่ใช่แค่ตกใจ แต่มันปนไปด้วยความรู้สึกสงสัยในความประหลาด ประหลาดที่คนสองคนมีใบหน้าคล้ายคลึงกัน เพียงแค่คนหนึ่งเป็นหญิง อีกคนเป็นชาย พวกเค้านึกสงสัยมานานแล้วว่าเด็กตรงหน้ามันหน้าตาคุ้นๆ เพียงแค่สายตาคู่สีน้ำเงินคู่นั้นเป็นจุดแตกต่างที่ทำให้พวกเค้าแยกไม่ออกเท่านั้นเอง
คิล เรนอลกำแขนนักฆ่าไว้แน่น คิลก้มมองมือเล็กอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยายามขบความดีใจเอาไว้ลึกๆ นายคิดเหมือนที่ฉันคิดมั้ย เรนอนกระซิบถาม ...คิดสิ อยากให้เธอคิดนานๆ ฉันจะยืนป็นเสาให้เธอเกาะแกะ....แอะ..แอะ.. คิลเริ่มหน้าแดง รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก นี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่เธอเข้าใกล้เค้ามากที่สุด คิล...คิล อยากอยู่ตรงนี้....ที่ที่เรารักกัน เอิ้กๆๆ......
โคร่ม!!!!
โอ๊ย--- เรนอน ผลักฉันทำไม นักฆ่าปัญญาอ่อนผู้ลงไปกองอยู่ริมประตูโวยขึ้น....เฮ้อ เห็นน่ารักติ๋มๆ..ที่แท้ก็โหดร้ายอย่างนี้นี่เอง ...นี่เราคิดถูกมั้ยนี่ที่หลงเสน่ห์เธอ..
...โอ้เรนอนคนงามแม่ยอดรัก ใจพี่ปักรักเจ้ามากหนักหนา...เพราะใดใยเจ้านั้นถึงได้มา...ผลักพี่ยาลงไปกองจมกองดิน...ตัวพี่เองสุดแสนจะสิ้นคิด..ที่หลงผิดรักเจ้าและหวงแหน... หรือใจเจ้ายังเหยียดหยามและดูแคลน...พี่สุดแสนจะโศกเศร้าระทมใจ....
ก็ฉันพูดกับนายอยู่ตั้งนาน นายไม่ยอมตอบซะที เรนอนเชิดหน้าหนี คิลลุกขึ้นมาแล้วปัดฝุ่นเล็กน้อยเมื่อตั้งสติได้
เธอว่าอะไรหรอจ๊ะ คิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เรนอนเบ้หน้าใส่เค้า ก็ฉันมันแค่นักฆ่าปัญญาอ่อน อย่าได้ถือสาเลยน่ะ ประโยคสุดท้ายสามารถเรียกเสียกหัวเราะของเจ้าหญิงแห่งคาโนวาลได้จริง
ฉันถามนายว่า นายคิดเหมือนฉันมั้ย เรนอนทวน ฉันว่า เฟรินกับเจคอบเหมือนกันมาก ในขณะที่เรนอนกำลังอธิบายเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ก็เดินออกจากเกวียนไป ทำให้เธอรู้สึกหนาวๆชอบกล
หัวข้อของเฟรินและเจคอบถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอีกรอบ มีเพียงหนึ่งคนที่ไม่ยอมพูดจากับใคร ได้แต่นั่งหลบอยู่อีกมุมหนึ่ง สายตาจ้องไปยังเด็กหนุ่มผู้บาดเจ็บอย่างอาวรณ์ เรนอนเหลือบไปเห็นเด็กสาวผู้มีเรือนผมสีม่วงก็นึกสงสัยและถูกชะตาด้วย เธอเดินตรงเข้าไปหาเด็กสาวก่อนจะนั่งลงข้างๆและเริ่มต้นบทสนทนาขึ้น
เธอเป็นเพื่อนเจคอบหรอจ๊ะ เรอนอนถามอย่างสุภาพพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานๆไปให้ เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองคนตั้งคำถามอย่างตะลึง ......ท่านแม่ตอนอายุสิบหกปีสิน่ะ....น่ารักจัง.....เหมือนที่เจคอบกล่าวไว้ไม่มีผิด.....คิเรยิ้มตอบแล้วจึงพยักหน้ารับ ตอนนี้เธออยากจะกระโดดกอดคนตรงหน้า แต่เค้าไม่รู้นิว่าเธอเป็นใคร....คิดถึง....คิดถึงท่านแม่เหลือเกิน.....อยากจะระบาย....อยากจะพูดคุย......เราควรจะบอกท่านแม่ในอดีตดีมั้ยว่าเราเป็นใคร...บางทีอาจจะพูดคุยกันได้มากขึ้น เธอชื่ออะไรล่ะจ๊ะ คิเรสดุ้งโหยงหลังจากได้ยินคำถาม
อะ...เออ..คิเร คิเรค่ะ เด็กสาวตอบตะกุกตะกัก
เธอเป็นเพื่อนของเจคอบ และพอจะตอบฉันได้มั้ยว่าพวกเธออายุเท่าไหร่กัน เรนอนถามอย่างอ่อนโยน คิเรเบือนหน้าหนี .......นี่เธอควรจะตอบดีมั้ยนี่.... ฉันแค่สงสัยว่า---ทำไมเฟรินต้องให้เจคอบเป็นน้องด้วยหากพวกเราอายุเท่ากัน และก็ดูเหมือนว่าพวกเธอกำลังพยายามปกปิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ เรนอนก้มหน้ามองคิเรที่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
...........บอกก็บอกเหอะ....ซักวันความลับก็ต้องถูกเปิดเผย สิ...สิบสี่.. คิเรตอบ
สิบสี่.......... เหล่าทะโมนอุทานออกมาพร้อมกัน เรนอนหันกลับไปมอง เธอลืมไปเลยว่ายังมีเพื่อนๆคอยแอบฟังอยู่ด้านหลัง
แล้วเจคอบมาทำอะไรที่เอดินเบิร์ก แองจี้ถาม
แล้วทำไมต้องมาเรียนปีสาม มาทิลด้าถามต่อ
แล้วทำไมต้องโกหกพวกเราด้วยครับ ซีบิลถามบ่าง
รู้สึกว่าจะมีลับลมคมในอยู่เยอะซะด้วยซิ ซอร์โรยกมือถูคางเป็นเชิงใช้ความคิด
เจคอบต้องการจะมาทำอะไรที่นี่แค่สามอาทิตย์ และเค้าหายไปไหนตั้งวันนึง พอโผล่มาก็บาดเจ็บ อาซูร่าถามบ่าง คิเรส่ายหัว เธอไม่อยากจะตอบซักเท่าไหร่เลย....เพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่รู้และมีบางสิ่งที่เธอรู้แต่ตอบไม่ได้ สิ่งที่เธอไม่รู้คือ ทำไมเจคอบถึงมาที่นี่ และทำไมต้องอยู่ถึงสามอาทิตย์ แต่อย่างที่สองคือ เธอรู้แค่ว่าเจคอบต้องการกลับมาที่นี่เพื่อมาหาเฟริน หลังจากที่เธอทำพิธีเรียกตัวเค้ากลับไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านพ่อ
ฉันคิดว่าพวกนายควรจะเงียบได้แล้วน่ะ น้ำเสียงอันเยือกเย็นตะโกนกลับมาจากด้านนอก รู้จักสงบสติอารมณ์ซะบ่าง เดี๋ยวคนป่วยได้พากันใจขาดตายไปกันพอดี เมื่อสิ้นคำสั่ง พวกทะโมนก็พากันไปนั่งมุมใครมุมมัน และก็สงบปากสงบคำอย่างว่าง่ายเพราะกลัวจะกลายเป็นน้ำแข็งหากคนที่อยูู่เบื่องนอกอารมณ์เสียขึ้นมาจริง
...................................
ครี๊ด--- ให้ฉันบังคับเกวียนแทนนาย---นายเข้าไปข้างในได้แล้ว น้ำเสียงบงบอกถึงความตรึงเครียดเอ่ยขึ้น ครี๊ดพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เค้าจึงเปลี่ยนยื่นสายหนังส่งให้คาโลแล้วเดินกลับเข้าไปในเกวียน โรมองหน้าคาโลด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเป็นอะไรทำไมถึงได้ทำหน้าเครียกอย่างนี้ นี่ถ้าไม่ติดที่ว่าอยู่ร่วมป้อมกันมาสองถึงสามปีแล้วละก็ เค้าคงจะขอเผ่นเหมือนกัน
พระอาทิตย์ยามพลบค่ำนี่ก็สวยดีน่ะ โรเปิดบทสนทนาเพื่อลดความตรึงเครียด
นายรู้อยู่แกใจ นายรู้มาตั้งนานแล้วใช่มั้ย คาโลกล่าวอย่างเคร่งเครียด
ฉันรู้อะไรหรอ โรถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
นายรู้....รู้ว่า... นายรู้ว่าเจคอบเป็นใคร....นายรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว... คาโลกล่าวตะกุกตะกัก แค่ทำไมนายไม่ยอมบอกพวกฉัน คาโลกัดฟันดังกรอด
ใช่...ฉันรู้ โรยอมรับอย่างง่าย...ในเมื่อความลับมันปิดไม่อยู่แล้ว เหตุฉไนเค้าจะต้องปิดบังมันไว้ แต่เรื่องที่ฉันไม่บอกนาย ฉันก็แค่เห็นว่า เรื่องภายในครอบครัวฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องไปสาธยายให้คนอื่นเค้ารับรู้ คำตอบเรียบๆของห้องสมุด เรียกใบหน้าของคาโลให้ขึ้นสี ...นี่มันเห็นเค้าเป็นใครกัน....แบบนี้แล้วมันจะหาว่าเค้าเป็นคนนอกอีกหรอ...... ลูกของฉัน ฉันมีวิธีจัดการเอง ประโยคสุดท้ายเรียกความสงสัยของอีกหนึ่งบุรุษ
ลูกของนาย คาโลทวนคำ
ฉันรู้ว่าลูกของฉันทำผิด แต่เรื่องนี้ฉันคิดว่า ตัวฉันเองในอนาคตก็สามารถจัดการกันเค้าได้เช่นกัน โรกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจในตนเอง
ใครคือลูกนาย ฉะ..หมายถึง.. ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่นายพูด
อ้าว.. นายไม่รู้หรอกหรอว่าเจคอบเป็นลูกฉัน โรถามกลับอย่างหัวเสีย......นี่เค้าเผลอเรอขนาดนี้เชียวหรือ หรือว่าเค้ากลายเป็นพวกตื่นตูมไปแล้ว.....นี่เค้าเผลอบอกไปทั้งๆที่คนตรงหน้าไม่ได้รู้เกี่ยวกับเขา.....
ฉันมะ....ฉันหมายความว่าเจคอบเป็นลูกของฉันต่างหาก คาโลตอบกลับตะกุกตะกัก โรเบิกตากว้างอย่างสงสัย
ก็... โรอยากจะพูดต่อ แต่ก็หยุดไป นายรู้ได้ไงว่าเจคอบเป็นลูกของนาย โรถาม
จากจดหมาย คาโลนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง สายตาจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้า ท่านโอเดลยื่นจดหมายของเจคอบให้ฉันตอนรักษาเขาอยู่
จดหมายอะไร
จดหมายเรียกตัว จากคิล..
และ....แล้วทำไมจากคิลล่ะ โรถามขึึ้นอย่างสงสัย คาโลยื่นจดหมายให้โรก่อนจะดึงสายหนังจากด้านของโรมาคุมเอง โรคลี่จดหมายออกช้าๆ
เจคอบ จาคอบเบี่ยน
ก่อนอื่นน้าต้องแนะนำตัวก่อน น้าคือคิลมัส ฟีลมัส หรือจะเรียกว่าน้าคิลก็ได้แล้วแต่หลานจะสะดวก ในวันนี้น้าได้ส่งจดหมายมาให้หลานแทนพ่อกับแม่ของหลาน ซึ่งพวกเค้ากำลังยุ่งๆอยู่และมีเรื่องต้องจัดการอีกมากมาย แต่ก่อนอื่นน้าอยากจะบอกหลานซะก่อนว่าหลานควรจะตั้งสติให้ดี และยอมรับความจริงที่น้าจะบอกต่อไปนี้ให้ได้
น้าและครอบครัวเดินทางมายังเวนอลครั้งนี้เพื่อมาคุ้มครองหลาน และเพื่อที่จะนำตัวหลานกลับคืนสู่ที่ที่หลานควรจะอยู่ ถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาที่หลานจะต้องกลับคืนสู่ผู้เป็นบิดามารดาที่แท้จริง น้าอยากจะบอกว่าแท้จริงแล้ว..หลานไม่ใช่ทายาทแห่งทริสทอร์ แต่เป็นทายาทแห่ง ไตรพสุนธรา หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า The Hier Of Tree Kindoms ก็คือ The Hier Of Kanoval ,Baramos , And Demos หลานอาจจะงงและสับสนกับสิ่งที่น้าพูดไปพักหนึ่ง แต่น้าอยากบอกว่ามันคือความจริง ความจริงที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ว่าความจริงอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่ดี แต่เมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว แต่เราก็มีที่ทางเลือกคือ ยอมรับและเผชิญกับมัน รับไม่ได้แต่พยายามทำใจให้ยอมรับมัน หรือไม่ยอมรับแล้ววิ่งหนีมัน แต่น้าอยากให้หลานเลือกตัวอย่างที่หนึ่งหรือสองจะดีกว่า น้าหวังว่า หลังจากที่หลานอ่านจดหมายฉบับนี้หลานอาจจะยอมรับมันได้ ไม่ว่าตอนนี้หลานจะอยู่ที่ไหน น้าขอให้หลานกลับมาที่เวลนอลโดยด่วน เพราะอีกสามวันข้างหน้าเราจะต้องเดินทางไปยังคาโนวาล และที่นั่น จะเป็นที่ๆให้คำตอบกับหลานเอง
มีอีกอย่างนึงคือ หลานอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมหลายถึงเป็นทายาทแห่ง ไตรพสุนธรา ก็เพราะว่า หลานไม่ใช่ลูกของคิงชาเบีรยน แต่เป็นลูกของคิงและควีนแห่งคาโนวาลคิงคาโล วาเนบลี และ ควีนเฟลิโอน่า วาเนบลี
น้าอยากจะบอกไว้น่ะที่นี้เพื่อให้หลานเข้าใจว่า „ คนเรา--ย่อมมีเหตุผลที่แตกต่างกันไป นั่นเป็นคำพูดที่แม่ของหลานใช้เสมอมาหวังว่าหลานจะเข้าใจมัน
เตรียมตัวเจ้าให้พร้อม
คิลมัส ฟีลมัส
อืม.. ฉันอ่านแล้วก็งงน่ะ โรมุ่นคิ้วเข้าหากัน นี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ขอทานผู้รอบรู้อย่างเค้าไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ
ฉันอ่านแล้วก็งงเหมือนกัน......แต่ คาโลหันมามองหน้าโรอย่างมีเลสนัยน์
แต่อะไร โรค้อนกลับ
ฉันแน่ใจอยู่อย่างนึงว่า
ว่า..
ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่านาย.... คาโลนิ่งไปพัก นายเป็นเจ้าชายซาเบีรยนที่หายสาบสูญไปจริงๆ โรกุมขมับ .....ทำไมเค้าถึงได้โง่ขนาดนี้......แต่ถึงยังไง...ทุกคนก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี......
นายว่าเฟรินรู้เรื่องนี้มั้ย โรถาม
ฉันคิดว่าไม่ สันนิษฐานจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาวันนี้
งั้นที่เฟรินฝันถึงนั่น
อาจจะเป็นความรู้สึกผูกพันธ์ของการเชื่อมโยงแห่งจิตระหว่างแม่กับลูก หมอโอเดทบอกว่าเจคอบโดนทำร้ายก่อนหน้านี้ไม่นาน ซึ่งประเมินเวลาแล้ว ในช่วงที่เจคอบโดนทำร้ายตรงกับช่วงที่เฟรินหลับอยู่---อาจจะเป็นฝันบอกเหตุ คาโลอธบาย
แต่นายไม่ยักจะรู้สึกได้
อาจจะเป็นเพราะฉันไม่ละเอียดอ่อนก็ได้ คาโลกล่าวลอยๆ.......ในใจยังนึกสงสัยว่าทำไมเค้าถึงเลี้ยกลูกเองไม่ได้ ทำไมต้องฝากไว้ที่โร.....นี่เค้าอ่อนแอขนาดนั้นเชียวหรือ..... เรื่องของอนาคตก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามสิ่งที่มันจะเป็นไม่จำเป็นต้องรับรู้ล่วงหน้า คาโลพึมพำกับตัวเอง
นายว่าอะไรน่ะ โรถาม
เปล่า
ทีนี้นายก็รู้แล้วสิน่ะว่า---คนที่นายหึง--แท้จริงแล้วเป็นลูกชายตัวเอง โรกล่าวจบก็หัวเราะคิกคัก คนโดนทักค้อนหัวกลับมาจ้องดวงตาคู้สีเขียวมรกตอย่างเอาเรื่อง......เฮ้ออ...แต่ไอ้เด็กนั่นมันเกือบจะจูบแม่ตัวเองแล้วน่ะ.....คาโลถอนหายใจออกมาเฮื้อกใหญ่
แค่นายในอนาคตคงจะคิดไม่ตกน่าดูเลย อีกสองวันเจคอบก็จะต้องกลับไปหาพวกนายแล้ว คำพูดของโรเล่นเอาคนฟังถึงกับสดุ้ง......สดุ้ง.......สดุ้งเพราะอะไรน่ะหรอ สดุ้งเมื่อรู้ว่าเจคอบต้องกลับไปภายในสองวัน แต่เจคอบยังบาดเจ็บอยู่น่ะสิแล้วเค้าจะกลับไปทันหรอ
ฉันก็ว่างั้น ฉันคงจะปวดหัวน่าดู เมื่อกล่าวจบก้ยิ้มออกมาอย่างเหนือยใจ เหนื่อยใจหรอ เพราะอะไร ก็เพราะว่าเหนื่อยที่เค้าหลงหึงใส่ลูกตัวเองน่ะสิ ฉันสงสัยอยู่อย่างโร ไหนนายบอกว่าเจคอบกลับไปในที่ที่เค้าควรจะอยู่แล้วไง แต่ทำไมเค้าถึงกลับมาที่นี่อีก
อันนี้เราต้องรอถามคนป่วยดูเอา โรตอบ
โรและคาโลบังคับเกวียนเล่มใหญ่เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดที่มีผู้คนเบาบางไปกว่าตอนกลางวันมาก บทสนทนาช่วยย่นระยะทางได้ไปมากทีเดียว เพราะปกติหากพวกเค้ามัวแต่นึกอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะถึง มันจะดูเหมือนยาวนาน แต่เนื่องจากว่ามีเรื่องอื่นให้พูดคุยฆ่าเวลานั้นทำให้พวกเค้ารู้สึกว่ามาถึงเร็วกว่าปกติ
อีกประมาณสองกิโลเมตรพวกเค้าก็จะไปถึงโรงเรียนพระราชาแล้ว คาโลและโร ยังมีเรื่องสงสัยมากมายกักกั้นอยู่ในหัวและอยากจะถามกันต่างๆนาๆ แต่พวกเค้าต้องยึดหลักการที่ว่า เรื่องของอนาคตจำเป็นต้องปล่อยให้มันดำเนินไปตามที่มันจะเป็น เค้าทั้งคู่จึงทำได้แค่หักห้ามใจไม่ให้หยิบยกเรื่องความสงสัยเกี่ยวกับเจคอบขึ้นมาพูดคุย
เกวียนเล่มโตจอดเทียบอยู่หน้าบานประตูไม้โอ๊คขนาดมหึมาที่ถูกขัดจนเป็นมันวาว หน้าประตูมีธงสีม่วงขนาดใหญ่ที่มรตราประทับรูป มงกุฎ แหวน คทาและดาบ พริ้วไหวลู่ไปตามทิศทางของลม
ก๊อก ก๊อก!!!
ใคร น้ำเสียงทรงอำนาจประกาศผ่านช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเป็นเชิงถาม
คาโล วาเนบลี กล่าวจบประตูบานใหญ่ก็ถูกเบิกกว้างเปิดออกมา ก่อนที่บุรุษผู้มีเรือนผมสีดำจะมายืนยิ้มแฉ่งอยู่กลางลานทางเข้า
กลับมาเร็วกว่าที่นัดหมายน่ะ คาลี่ ......รุ่นพี่คนนี้ขนัยเปลียนชื่อคนจริงๆน่ะ.....เล่นเอาคนฟังแทบกุมขมับ
มีคนบาดเจ็บครับ--รุ่นพี่
มีอะไร น้ำเสียงตรึงเครียดดังมาพร้อมกับร่างสูงสง่าที่เดินออกมาจากป้อมอิฐเล็กๆที่ตั้งอยู่เบื้องหลังกำแพงโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก
คาลี่บอกว่ามีคนบาทเจ็บน่ะ--ลอรี่
เฟี้ยว.....ฉึก
ใคร เข้าถามขึ้นอย่างเยือกเย็นหลังจากส่งมีดให้คู่หูสุดที่ร๊ากไปหยกๆ
เจคอบ กับเฟริน ลอเรนซ์เลิกคิวขึ้นสูงเป็นเชิงสงสัย
อ้าว--เจคอบบี่กับเฟรี่บาดเจ็บหรอ บุรุษผู้หลงไหลในการเป็นเป้ารับคมมีดของใครบางคนเอ่ยถามขึ้น แล้วเจคอบไปไงมาไงถึงได้บาดเจ็บ
ฉันว่า--นายรีบเอาคนเจ็บส่งห้องพยาบาลก่อนดีกว่า ลอเรนซ์เอ่ยขึ้น
กุ๊บ กั๊บ กุ๊บ กั๊บ
เสียงกีบเท้าม้าที่ลากเกวียนเล่มใหญ่มุ่งหน้าสู้โรงเรียนพระราชาผ่านไปยังลานตะวัน เส้นทางที่ใกล้ห้องพยาบาลที่สุด คาโลแบกร่างเฟรินลงมาหลังจากเทียบเกวียนไว้ข้างต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางเข้าของตึก ส่วนคิลและโรช่วยกันแบกร่างเด็กหนุ่มมุงหน้าตรงไปยังห้องพยาบาล ครี๊ดและซอร์โรเป็นผู้อาสานำเกวียนไปเก็บในคลังก่อนจะนำม้าไปเก็บไว้ที่คอกและจัดการให้อาหารพวกมัน
พวกนายไปพักผ่อนเถอะ ฉันเฝ้าเอง หนึ่งบุรุษเอ่ยขึ้น
นายก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วน่ะคาโล ให้ฉันเฝ้าก็ได้ คิลเสนอตัว
พวกท่านไปพักผ่อนเถอะ ฉันเฝ้าพวกเค้าสองคนเอง เด็กสาวกล่าวขึ้นมาบ่าง เพราะในใจยังนึกเป็นห่วงคนหัวดื้อ
ไม่เป็นไร เธอกลับไปพักผ่อนดีกว่า เดี๋ยวให้คิลพาไปส่งที่ห้องเรนอน คนถูกยัดเยียดให้เป็นผู้ส่งแขกทำหน้าเหรอหลาเป็นเชิงหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ แต่เค้าก็ต้องทำตาม เพราะเกรงคนออกคำสั่ง คิลนำคิเรออกจากห้องพยาบาล
นายจะเอายังไง
จะเอาอะไรยังไง
จะบอกให้เฟรินรู็มั้ย
........ คนถูกซักนิ่งเงียบ เขาตอบไม่ได้เลยว่าเขาควรจะบอกเธอดีมั้ย
ฉันว่า เรื่องของอนาคตควรเก็บไว้เป็นความลับจะดีกว่า สำหรับพวกเราที่รับรู้มันแล้ว ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไป นัยน์ตาสีเขียวมรกตของผู้พูดทอประกายระยิบจ้องไปยังเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลอย่างเวทนาในชะตากรรมของเขา
อืม คำตอบสั้นๆจากผู้ฟังซึ่งบัดนี้รู้สึกปั่นป่วนไปทั่วร่างกาย เค้าไม่เคยสับสนกับอะไรมากเท่านี้มาก่อน
นายว่าปีศาจนั่นมันคืออะไร โรเปลี่ยนเรื่อง คนถูกถามหันหน้าขวับกลับมายังผู้ตั้งคำถามอย่างสนอกสนใจ
ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน คนตอบนิ่งไป ใบหน้าส่อแววใช้ความคิด ฉันยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ ภาพความมืดมนผุดขึ้นมาอีกครั้ง นึกถึงตอนที่ตนถูกเจ้าปีศาจนั้นครอบคลุม ความรู้สึกหนาวเย็นจนสั่นสะท้านที่เคยเกิดขึ้นในตอนนั้นยังตอกย้ำอยู่ไม่หาย ถึงจะจัดการกับมันได้แต่ความรู้สึกนั้นยังคงหลงเหลือตกค้างอยู่ในห้วงคำนึงของเค้า แต่ก็แปลกน่ะ....ทำไมมันถึงต้องดักเราและทำร้ายเจคอบด้วย
ฉันว่ามันต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่เบื่องหลังแน่ๆ แต่ฉันคิดว่าวันนี้นายไปพักผ่อนดีกว่า พรุ้งนี้ค่อยคิดกันอีกที ฉันเฝ้าไข้สองคนนี้เอง โรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของคู่สนทนาเริ่มซีดเซียว
ไม่เป็นไร ลูกฉัน เมียฉัน....เออ..ฉันหมายถึง ฉันเฝ้าพวกเค้าได้ คนถูกเชื้อเชิญให้ไปนอนกล่าวออกมาอย่างพรั้งปากแต่ก็กลับคำทันควัญหลังจากเอ่ยประโยคแรก ใบหน้าผู้เอ่ยร้อนผาวมิหนำซ้ำยังออกสีแดงระเรื่อ
งั้นก็ตามใจนาย โรเลิกคิ้วสูงพรางยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ใจคนตรงหน้า แต่หากนั่นเป็นความต้องการของมันเค้าก็ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะไปห้าม แต่ไอ้เด็กน้อยหัวขโมยแห่งเวนอลตรงหน้านี้มันช่างชอบก่อเรื่องวุ่นวายราวกับแม่ของมันไม่มีผิดเพี้ยน
คาโลคว้าเก้าอี้มาตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเตียงสองเตียงก่อนจะมองยังร่างทั้งสองสลับกันไปมา คิ้วเข้มคู่นั้นมุ่นเข้าหากันอย่างปลงไม่ตก คำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบผุดขึ้นมาในหัวสมองส่วนความคิดของเค้ามากมายมือใหญ่เอื้อมไปยังเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ ก่อนจะวางทาบลงบนหน้าผากของเขาอย่างเอ็นดู
......อบอุ่น.......
......ความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้รับ.......ความรู้สึกเหมือนมีมือของใครบางคนทาบลงใบหน้า..
......รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังให้ความอบอุ่นแก่เขา....ความปิติไหลเวียนอยู่บริเวณศรีษะ
......อยากให้ความรู้สึกนี้อยู่อีกนานๆ.....หวังว่ามันจะไม่ได้เป็นแค่ฝันน่ะ.....
ลูกของเรา เสียงของหนึ่งสตรีเอ่ยน้ำเสียงสั่นสะท้าน น้ำเสียงบงบอกถึงอาการณ์ตรึงเครียด ภาพลางๆเริ่มปรากฏขึ้นพร้อมกับบทสนทนา สตรีผู้หนึ่งที่กำลังร่ำไห้ ข้างกายนางมีสองบุรุษยืนอยู่เคียงข้างเธอมีเรือนผมยาวสรวยแต่เขามิอาจเห็นใบหน้าของเธอได้
ชายร่างใหญ่นั่งลงข้างกายนางพร้อมกับโอบกอดนางอย่างรักใคร่
แอะ แอ เด็กน้อยผู้อยู่ในอ้อมกอดพยายามส่งเสียงอ้อแอ้ เจคอบพยายามเพ่งสายตาไปยังภาพเบืองหน้า ทั้งๆที่เขารู้สึกว่ามันอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เขากลับเดินไปต่อไม่ได้
.........อยากเข้าไป.........
.........อยากเข้าไปใกล้.......
.........อยากเหลือเกิน......
.........อยากถูกโอบกอดเหมือนเด็กทารกนั่น.........สิ่งที่เขาร่ำหา....อีกสองวันเท่านั้น เจคอบ..นายจะได้เจอเธอ...เธอผู้ที่จะโอบกอดนายเหมือนหญิงสาวและลูกของนางตรงหน้า....
เราให้ลูกเราอยู่ร่วมกันไม่ได้ น้ำเสียงโทนต่ำกล่าวขึ่้นอย่างเยือกเย็น ใบหน้าของเขาฉายแวววิตก เมื่อมองภรรยาตรงหน้าร่ำไห้อยู่ไม่หยุด
ทำไม ทำไมเราต้องแยกลูกออกจากอกด้วย หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ไม่นานหรอก เพียงแค่ระยะหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นเราก็สามารถนำเขากลับมาได้ บุรุษปลอมประโลมภรรยาของตน
.........ท่านพ่อท่านพ่อไปทำอะไรอยู่ที่นั่น........
ฉันฝากลูกไว้กับนายด้วย แค่ระยะหนึ่งเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นพวกเราจะไปรับเขา บุรุษเอ่ยขึ้น ........หมายความว่าไง....
นายไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ฉันจะรักและดูแลลูกของพวกนายให้เหมือนกับลูกในใส้ของฉันเอง อีกหนึ่งบุรุษผู้เป็นคู่สนทนาของสองสามีภรรยากล่าวขึ้น อุ้มทารกน้อยพร้อมกับเดินออกจากห้องบรรทมไป.................
.......ท่านพ่ออุ้มเด็กคนนั้นไปแล้ว............ ท่านพ่อจะเอาเขาไปไหนที่ไหน.............
เจคอบ----เจคอบลูกแม่ หญิงสาวตะโกนออกมา บุรุษดึงร่างของเธอเข้ามากอดแน่นกว่าเก่า.......เจคอบ?...เรา.............ท่านพ่อ........เด็กคนนั้น........คือเรา
โอ๊ย .........เจ็บ..........เจ็บเหลือเกิน.........เด็กหนุ่มทรุดหวบลงไปกองอยู่กับพื้น ภาพเบื้องหน้าค่อยๆจางหายไปอย่างช้า .........ความฝัน....แค่ฝันเท่านั้น...
ไม่....ไม่ใช่..
เจคอบเขาสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อ ใบหน้าสลักเยือกเย็นจ้องมองเขาตอบกลับมา บุรุษผมสีเงินส่งประกายสะท้อนใต้แสงเทียน ความรู้สึกศรัทธาผุดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก ......แต่ตอนนี้เขาอยากได้คำตอบที่เป็นจริงเหลือเกิน..... เป็นไงบ่าง หายเจ็บแผลรึยัง คนตรงหน้าถามกลับอย่างเรียบๆ เจคอบสายหัวเล็กน้อยก่อนจะใช้มือไปสัมผัสธ์บริเวณท้องคลำหาบาดแผลซึ่งบัดนี้จางหายไปแล้ว
แผลภายนอกนายไม่อาจสังเกตุเห็นหรอก แต่อาการภายในยังบอบช้ำอยู่
................คนตรงหน้า จะใช่พ่อของเรารึเปล่าน่ะ.......แล้วพ่อโรล่ะ.....ไม่จริง ไม่ใช่แน่ๆ...นอนมากฝันมาก.......
นายหิวรึยัง .....เอิ้ก...ผีเข้า...ผีเข้าแน่ๆ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว.......เจ้าชายตรงหน้าอารมณ์ดีอะไรขึ้นมาน่ะ........แต่ก่อนเห็นแต่ขมึงตาใส่
ไม่ฮะ เจคอบตอบ นัยน์ตาคู่สีฟ้าจับจ้องอยู่หน้าของเขาราวกับแฝงความรู้สึกบางอย่างซึ่งเขามิสามารถอ่านมันออกเลยซักพักคนตรงหน้าก็เบือนหน้าหนีเองก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
ดื่มยานี่ก่อนดีกว่า อาการช้ำในจะได้หาย คาโลยื่นแก้วยาขนาดเล็กส่งให้เจคอบ ซึ่งเจคอบก็รับมันมาแต่โดยดี
ฮื้อ
เฟริน คาโลหมุ่นตัวกลับทันควัน
คาโล เฟรินกระชับแขนคาโลซะแน่น ก่อนจะถามขึ้นอย่างแตกตื่น เจคอบล่ะ เจคอบล่ะคาโล น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของผู้ถาม แต่ยังไม่ทันที่คาโลจะปริปากพูดใครบางคนก็แทรกขึ้นมา
ผมอยู่นี่ครับพี่ น้ำเสียงเจี้ยยแจ้วของคนป่วยประกาศข้ามเตียงมาเฟรินรู้สึกหัวใจพองโตก่อนจะยกมือปาดน้ำตาแล้วถามกลับ
เฮ้อ....ฉันตกใจหมด---คิดว่านายจะเป็นอะไรไปซะแล้ว เฟรินพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี แม้น้ำเสียงจะยังฟังดูเหนื่อยร้า
ฮึ ฮึ คนถูกทักหัวเราะในลำคอ หัวขโมยอย่างผมมันหนังเหนียว--ตายยาก ไม่ต้องห่วง คำคุยโอที่ทำให้คนฟังถึงกับนึกขัน.....ปากดีพอๆกัน ขี้โม้ก็ปานนั้น แกะคู่ชัดๆ...... บุรุษผู้นิ่งเงียบนึกขัน สองขโมยจอมโอ้อวด
ให้มันได้อย่างที่พูดไปนานๆแล้วกันไอ้น้อง คนรับคำโอ้ปล่อยฮาออกมา เจคอบยิ้มร่าอย่างมีความสุขอีกครั้ง ...ไม่เสียใจเลยที่กลับมาที่นี่..คุ้มค่ามาก..
เออแล้ว..คิเรล่ะฮะ เอิม..ผมเรียกรุ่นพี่คาโลและกัน.......เจคอบถามบุรุษผู้นิ่งเงียบมานาน
ฉันให้คิลพาไปพักที่ห้องเรนอนแล้วแหละ
อืม พักกับน้าเรนอน คนป่วยลืมตัวพึมพำออกมา เฟรินเบิกตากว้างแต่ก็ไม่อยากจะสงสัยอะไรนัก คิดในใจว่าอาการณ์ของน้องชายจะยังไม่หายดีส่วนสำหรับคาโลแล้ว หากเขาจะได้ยินคำนี้ก็จะไม่แปลกอะไร เพราะเขารู้อะไรมากกว่านั้น ส่วนเจคอบก็ลืมตัวจนไม่ระวังเอาจริง ๆ
นายเป็นไงมาไงล่ะเจคอบถึงได้ให้ไอ้ปีศาจนั่นมันมาทำร้ายได้ คำถามของเฟรินช่วยฟื้นฟูความจำบางส่วน รื้อฟื้นถึงความรู้สึกเยือกเย็นที่แล่นผ่านเส้นเลือดเมื่อตอนเขาเจอกับไอ้ปีศาจนั่น
เออ ฉันกลับบ้านมาน่ะ และระหว่างทางที่ฉันจะกลับมาหาพี่ เจคอบนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ผมบาดเจ็บ และต้องการพักที่ริมน้ำ และก็เจอกับปีศาจนั่นเข้า
และมันคืออะไรละ--เจคอบ คนอยากรู้อยากเห็นถามออกมาอย่างไม่เกรงใจ ส่วนอีกคนหนึ่งที่กำลังสงสัยก็ถึงกับชงักกึ่งเงียหูฟังใจจริงเขาอยากจะถามตั้งแต่แรกแล้ว แต่เพราะเกรงใจคนป่วย ก็นับว่าดีอย่างที่มีคนปากพล่อยอย่างใครบากคนอยู่ด้วย เพราะเขาจะได้ไม่ต้องตั้งคำถามเองส่วนเจคอบก็ได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อยอย่างไร้ซึ่งคำตอบ เขาไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร
นายไปขโมยของปีศาจมารึไงฮะ มันถึงได้ตามล่านายมา เฟรินหัวเราะร่าเมื่อกล่าวจบ เจคอบหัวเราะผสมโรงไปด้วย ....ไอ้พวกนี้นิ มันจะพูดจาเป็นการเป็นงานกับเขาได้เกินยี่สิบคำบ่างมั้ยนี่..... บุคคลผู้รอซึ่งคำตอบนั่งกุมขมับอย่างหมดหนทาง
ว้า.....ถ้าเกิดผมไปขโมยอะไรของมันมาได้ก็ดีน่ะสิพี่ เจ้าคนเจ็บยังนึกเสียดาย ซึ่งทำให้คนฟังอยู่ใกล้นึกอยากจะเสกให้มันกลายเป็นน้ำแข็งไปซะให้รู้แล้วรู้รอด จะตายอยู่รอมร่อมันยังมานึกเสียดาย เสียซะแต่ว่า....
เสียซะแต่ว่าอะไรว่ะ คนใจร้อนค้อนกลับก่อนจะยันตัวขึ้นพิงหมอนอย่างอยากรู้อยากเห็น
ก็ผมไม่ได้ขโทยอะไรของมันน่ะสิพี่--- และมันยังบอกอีกน่ะว่าต้องจัดการผมก่อนที่ผมจะเป็นใหญ่ คนป่วยปล่อยฮาออกมา แล้วยังมีตลกกว่านั้นอีกน่ะพี่
อะไรตลกว่ะ---หัวเราะอยู่ได้
มันหาว่าผมจะมาแย่งความเป็นใหญ่ไปจากทายาทแห่งแดนบูรพา มิหนำซ้ำยังหาว่าผมเป็นทายาทแห่ง ไตรพสุนธรา หรือ เดอะ แอร์ ออฟ ทรี คิงดอมอีกน่ะ บุรุษผมสีเงินเบิกตากว้างอย่างนึกสงสัย หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่พวกเขาต้องฝากลูกไว้ที่โร มันน่ากลัวแต่จี้เส้นชมัด
แล้วไอ้ เดอะ แอร์ ออฟ ทรี คิงดอม มันหมายความว่าไงว่ะคาโล คนถูกถามสะคุ้งเฮื้อก หลังจากได้ยินคำถามที่ขัดห้วงความสงสัยของเขาขึ้น
ฉันว่า พวกนายพักผ่อนก่อนดีกว่า เดี๋ยวนายต้องเดินทางกลับบ้านภายในสองวันนี่เจคอบ คาโลเปรยขึ้นเป็นเชิงหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเฟรินแม้ในใจเขาจะรู้ดีว่าความหมายมันคืออะไร แต่คงจะไม่ดีเป็นแน่หากจะปล่อยให้เธอรับรู้มัน
เออพี่รู้ได้ไงว่าผมต้องกลับบ้านภายในสองวัน เจคอบถามขึ้นเมื่อสดุดกับคำพูดของคาโล
คิเรบอกน่ะ คนมาดมากยังคงหาคำตอบไปได้อย่างราบลื่นไม่ติดขัด ใบหน้าสลักรูปนั้นคงสวมหน้ากากฟาโรห์อยู่ซักร้อยอันได้กระมัง...เจคอบรู้สึกโลงใจ...หวังว่าคงจะไม่มีใครรู้ว่าเขามาจากไหนน่ะ.....
แล้วเจ้าแซนดี้ล่ะพี่ คนป่วยยังซักต่อ ....เมื่อไหร่มันจะยอมนอนว่ะ เอาค้อนทุบซักทีสองทีก็อาจจะเป็นไอเดียที่ใช้ได้พอสมควร หากจะทำให้คนตรงหน้าหลับไปจริงๆ......บุรุษผมสีเงินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน นึกเซงเจ้าลิงตรงหน้าซะจริงๆ
แซนดี้มีครี๊ดคอยดูแลให้น่ะ แล้วก็นอนได้แล้ว คาโลออกคำสั่ง เจคอบทำหน้าหงอราวกับเด็กน้อยที่ถูกพ่อแม่ดุเฟรินนั่งหัวเราะอากัปกิริยาของน้องชายคนที่เธอเพิ่งจะรับเข้ามาเป็นน้องเมื่อกลางวัน...ถ้าน้องหญิงวิเวียนอยู่ด้วยอีกคน...งานนี้คงมีเรื่องสนุก... หัวขโมยนึกชอบอกชอบใจที่ได้น้องเพิ่มมาหนึ่งคน
นายก็ด้วย พรุ้งนี้มีเรียน คาโลหันกลับมาเตือน
อ้าอะไรง่ะ ก็เราเข้าค่ายอยู่ไม่ใช่หรอ และถ้าไม่มีค่ายก็ไม่น่าจะมีเรียนน่ะ คุณเธอรีบต่อรอง
ก็เพราะไม่มีค่ายแหละถึงมีเรียน คำพูดเด็จขาด และเด็จเดี่ยวพร้อมกับสายตาเยือกเย็นสยบเธอจนเงียบกริบก่อนจะเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย
]..................................................
............ลูกของเจ้าทั้งสองจะกลายเป็นผู้วิเศษ เนื่องมาจากการสืบทอดพลังอำนาจที่แฝงไว้ในตัวพวกเจ้า........
........แต่เขาจะอยู่ไม่เป็นสุขในช่วงแรก จะมีแต่คนปองร้ายหากยังอาศัยอยู่กับเจ้า เขาจะเจ็บไข้ได้ป่วย สุขภาพอ่อนแอ หากเด็กอยู่กับขอทานแห่งทริสทรอแล้วจะปลอดภัย...........
พ่อหมออย่ามาล้อเล่นน่า จี้เส้นกันรึเปล่า
........ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ......เจ้าจะสังเกตุเห็นได้จากวันที่เด็กนี่ถือกำเนิด......
.......คืนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์สีเลือด บรรยากาศเยือกเย็น อาการแรกที่แสดงออกว่าเด็กอ่อนแอคือไอเป็นเลือด....
.......หากไม่นำเด็กออกจากอกภายในห้าชั่วโมงหลังจากให้กำเนิดเด็กนั่น ปีศาจร้ายหรือทรราชจะกลืนกินชีวิตของเขา....
อืม คนฟังเลิกคิ้วสูงอย่างไม่อยากเชื่อ
เจ้าจะไม่เชื่อข้าก็ได้น่ะ เฟลิโอน่า...แต่ถ้าเจ้าจะถามอาของเจ้าดูก็คงจะได้คำตอบอะไรที่ไม่แตกต่างกันไป
...........................................
หลานมีสิทธิ์ที่จะเลือกน่ะเฟลิโอน่า
...........................................
ถวายบังคมฝาบาท พระโอรสทรงกระอักเลือดเพคะ นางสนมวิ่งมาอย่างแตกตื่น
ไม่จริง น้ำเสียงของผู้ถือกำเนิดทารกเอ่ยขึ้นบุรุษผมสีเงินเดินไปเปิดม่านมองออกไปด้านนอกก็พบกับพระจันทร์แดงเดือด เขาชักม่านกลับอย่างหัวเสีย
บัดซบ คำพูดที่น้อยคนนักจะได้ยินมันหลุดออกจากปากของคิงกล่าวขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย
ไม่จริงใช่ไหมแมรี่ บอกเราสิว่ามันไม่จริง
จริงเพค่ะ นายหญิง
แต่แม่รี่ แค่นั้นมันไม่ได้แสดงว่าคำทำนายเป็นจริงน่ะ
...................................................
PS. ครบซะที่เอิ้กๆๆ