TTOB-Fictions

เฟริน เจคอบตื่น

คิลเรียกสองตัวแสบที่นอนเอาขากายกันอย่างไร้สภาพบนกระดานหมากรุกอย่างปลงไม่ตก

ตื่นยากทั้งแม่ทั้งลูกเลยเว้ย ไอ้พ่อมันก็อาบน้ำอยู่ได้ตั้งนาน เมื่อไหร่จะเสด็จมาปลุกลูกเมียมันว่ะคาโลน่ะคาโล แกนี่มันซวยจริงๆที่ได้ลูกอย่างเจคอบมัน ทั้งหนีมาจากอนาคต ทั้งยังตื่นยาก

คิลนั่งบ่นไปตามประสาเพราะความเซง

ตุ๊บ...

เสียงบางสิ่งบางอย่างร่วงอยู่หน้าประตูห้องของเขาคิลคว้ากริชคู่กายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งไปยังประตูและเปิดออกเตรียมรบ แต่พอเขายกมือขึ้นเพื่อเตรียมจู่โจม ผู้มาเยือนก็ถอยหลังสะดุดเท้าลงไปกองอยู่กับพื้น สีหน้าตื่นตระหนก

เรนอน เธอเป็นไง.....เธอได้ยินอะไรบ่าง

คิลถามด้วยสีหน้าแตกตื่น กริชในมือยังตั้งอยู่ท่าเดิมเหมือนเตรียมจู่โจม เรนอนมีสีหน้าแตกตื่นเช่นกัน

......เจคอบบบ ลูกคาโลจากอนาคตหรอ.........แล้วคิเร.....เป็นใคร.....ทำไมถึงได้เหมือน.....เรา

พวกนายรู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าเจคอบเป็นใคร

เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ก็อย่างที่เธอได้ยิน
พวกนายเห็นเราเป็นอะไร ทำไมไม่บอกกันบ่างเลย

เรื่องคาโลมันฉันไม่อยากยุ่ง และอีกอย่างเราก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ด้วย

แต่อย่างน้อยก็น่าจะเล่าให้กันฟังบ่าง

เธอกล่าวอย่างน้อยใจ

ก็คิดว่ามันไม่จำเป็น และเธอก็ไม่ควรที่จะรู้นี่หน่า

คิลเอ่ยเรียบๆ

เรื่องของทายาทแห่งคาโนวาล จะไม่จำเป็นได้ไง และอีกอย่างน่ะคิลฉันเป็นคนคาโนวาล

เรอนอนขึ้นเสียงสูง

แล้วเธอจะให้ฉันทำไงล่ะ ฉันมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะให้เที่ยวพล่ามให้คนโน้นคนนี้ฟังทีได้ไง

นี่นายเห็นฉันเป็นอะไร--คิล อย่างน้อยๆฉันก็เป็นส่วนหนึ่งของป้อมอัศวินน่ะ หรือว่าฉันเป็นแค่คนโน้น คนนี้สำหรับนาย ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยใช่มั้ย ไม่สมควรที่จะรับรู้เรื่องนี้บ่างเลยรึไง

เธอเป็นส่วนหนึ่งของป้อมและเป็นคนของคาโนวาล แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะรับรู้เรื่องของคาโลมันทั้งหมดหรอกน่ะ

ใช่สิในสายตานายฉันมันแค่คนนอก บอกกันอยู่แค่สามคนนั่นแหละ ฉันไม่จำเป็นค้องรับรู้อะไรหรอก

เฮ้ออ...ผู้หญิง..

คิลถอนหายใจ

เชอะพวกผู้ชายก็งี้แหละ

เธอกล่าวบ่าง

เธอหมายความว่าไง

คิลสวนกลับ

ก็หมายความว่าพวกผู้ชายงี่เง่าไง

เธอตอบกลับ ...วันนี้เราเป็นอะไรกันน่ะ ทำไมถึงเอาแต่ใจตัวเองจัง..ไม่อยากจะพูดออกไปเลย.

คิลหน้าแดงเพราะความโกรธ เพียงแค่เขาไม่เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังก็ถูกกล่าวหาว่างี่เง่าแล้วหรอ

ผู้หญิงก็งี่เง่าไม่แพ้กัน แค่ไม่เล่าให้ฟังก็ตีโพยตีพายไปทั่ว----ไร้สาระ

เขากล่าวบ่าง

ใครจะไปมีสาระมากอย่างนายล่ะ

เรนอนประชด

หยุดน่ะ

เสียงหนึ่งตะโกนห้ามมาแต่ไกล

ท่านพ่อใจร้าย อย่าทำร้ายท่านแม่น่ะ

เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีม่วงวิ่งฉับฉับๆมาะตามระเบียงด้วยที่ท่าแตกตื่น คิลและเรนอนมองซ้ายมองขวาอย่างงุนงน หาบุคคลที่กำลังจะถูกทำร้ายใกล้ๆก็ไม่เห็นมีใครนี่หน่า
อย่าทำร้ายท่านแม่น่ะ

คิเรร้องไห้ฟูมฟายก่อนจะกระโจนลงไปกอดเรนอนซะแน่นแล้วหันไปต่อว่าคิล

ท่านพ่อใจดำ โหดร้าย ถ้าจะฆ่าท่านแม่ ก็ฆ่าคิเรให้ตายไปเลยดีกว่า

คนฟังอ้าปากค้างไม่เข้าใจว่าเธอพูดถึงอะไร ทั้งงงทั้งอาย คนถูกกอดถึงกีบหน้าแดงก่ำราวลูกตำลึงสุก คิเรกอดเธอไว้แน่น

เธอะ.....เธอเรียกฉันว่าพ่อหรอ

คิลทำหน้าเหร่อหรา ดวกตาเบิกกว้างมืออีกข้างถูกยกขึ้นมาชี้ใส่ตัว ผิดกับมาดนักฆ่ายิ่งนัก ดูไปดูมาเหมือนฆาตกรปัญญานิ่มซะมากกว่าคิเรสะดุ้งโหย่งเมื่อตั้งสติได้ก็จะไม่ให้เธอตกใจได้ไงก็ในเมื่อคิลถือมีดยืนท่าเหมือนจะจู่โจมเรนอนที่นั่งกองอยู่กับพื้นอย่างเสียท่า

ง้า...ไม่มีอะไร

เธอลุกขึ้นพรวดก่อนจะยื่นมือส่งให้เรนอนที่นั่งกองอยู่กับพื้นแล้วพูดขึ้นว่า

ก็คิเรได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย และก็กริชที่อยู่ในมือของพี่คิล คิเรเลยคิดว่า พี่คิลกำลังจะฆ่าพี่เรนอน

คิเรเช็ดน้ำตาไปพร้อมกับแก้ตัว

เธอ..เธอเรียกเราสองคนว่าอะไร

เรนอนถามตะกุกตะกัก

เออ....อืม...เออ...

คิเรเริ่มรู้สึกอึดอัดวางตัวไม่ถูก

เรารู้กันหมดแล้วแหละว่าพวกเธอมาจากอนาคต

คิลเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม คิเรเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน...งั้นท่านน้าก็ทราบว่าเจคอบเป็นใครแล้วน่ะสิ...

คิเร...คิเร..เรียกท่านทั้งสองว่า...ท่านพ่อ กะ...กับท่านแม่..

สาวน้อยหน้าหงอกล่าวอย่างไม่มั่นใจ

โอ้ม๊ายยยยยยยยยยยย กร๊ากกกกกกกกกกก ลูกฉัน ไม่เอาาาาาาาาา แบบนี้ไม่เอานี่หนีฉันมาใช่มั้ย ไม่จริง ไม่ใช่ๆๆ กร๊ากกกกกกกกก รับไม่ได้

คิลกระสับกระส่ายกระโดดโหยงเหยงไปมาอย่างตั้งตัวไม่ถูก เดินเตะประตูที กระโดดขึ้นลงที ในขณะที่เรนอนเริ่มมีสีหน้าแดงก่ำ ตัวเริ่มร้อนผาวรู้สึกมึนงงจนตั้งตัวไม่ติด ก่อนจะล้มลงไปกองอยู่กับพื้น

ท่านแม่

คิเรอุทานเสียงดังลั่น

เรนอน

คิลอุทานขึ้น หันกลับมามองร่างบางที่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนวิ่งเข้ามาอุ้มเธอขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน

เปิดประตูห้องที

คิลออกคำสั้ง คิเรทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อเดินเข้าไปก็นึกหมั่นไส้ไอ้ลิงสองตัวนัก มันนอนอยู่ได้ตั้งนมตั้งนาน อยากจะเอาฝ่าพระบาทยันมันทั้งคู่ลงให้มันรู้แล้วรู้รอด

คิลวางเรนอนลงบนเตียงของเฟริน ( อดีตเตียงของเฟริน) ก่อนจะวิ่งไปหาอะไรมาผัดให้เรนอน

ครื๊ดดดดดดดดดด

คาโลเดินออกจากห้องน้ำมาก็ถึงกับยืนตะลึง

เรนอนเป็นอะไรหรอ

เขาถามขึ้น

เป็นลมไงไอ้โง่ ถามได้

นักฆ่าตอบอย่างใจร้อน คาโลถึงกับสะดุดขาตัวเอง ...นี่มันเป็นอะไรของมันว่ะ..

เรนอนเป็นอะไรหรือคิเร แล้วพวกเธอมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า

คาโลหันกลับไปถามคิเรที่มุ่่นคิ้วอย่างสำนึกผิด

คิเรก็แค่บอกว่าคิเรเป็นลูกท่านแม่เท่านั้นเอง

เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ คาโลจึกเข้าใจทันที

ก็ท่านพ่อทำท่าเหมือนจะับังคับคิเรนี่ค่ะ

เธอเป็นลูกไอ้คิลหรอกหรอ

คาโลถาม

ค่ะ คิเรตามเจคอบมาที่นี่

แอบมา

คาโลถาม....ฮึฮึ อย่างน้อยๆ ลูกเราก็ไม่ได้หนีมาคนเดียว...ลูกมันก็หนีมาด้วย...
( เราชักประหลาดขึ้นทุกทีแฮะพักหลังนี้ หลุดโหมดน้ำแข็งนิดหน่อย)

คิเรผยักหน้ารับแล้วก็เดินไปนั่งลงข้างๆเรนอน ก่อนจะคว้ามือเธอเข้ามากอดแล้วลูบไปมา คิ้วคู่งามมุ่นเข้าหากัน ปากคู่สวยเบ่เล็กน้อย

ท่านน้าช่วยปลุกเจคอบให้หน่อยได้มั้ยค่ะเราต้องไปเตรียมตัวแล้ว เพราะเราต้องออกเดินทางคืนนี้แล้ว เพราะพรุ่งนี้เราต้องเดินทางต่อ ไปหาท่านน้าเฟลิโอน่า และท่านน้าคาโล...ในอนาคตน่ะค่ะเพื่อทำพิธีเปิดตัวทายาทคนสำคัญแห่งคาโนวาล

คิเรวิงวอน

ในที่สุดมันก็เป็นความจริงสิน่ะ

หญิงสาวผู้เคยหลับไหลในยามนี้ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงเครียด

เฟริน..นาย..ได้ยิน...

ใช่ฉันได้ยิน....ทำไมน่ะคาโล..ทำไมต้องเป็นลูกของเรา

เฟรินร้องไห้พร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวของเด็กหนุ่มขี้เซาอย่างหวงแหน ถึงเธอจะอายุแค่ 16 แต่เธอก็สามารุรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้เป็นแม่ได้ ...เธอไม่เคยเอะใจแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เจคอบมีหน้าตาคล้ายคลึงกับคาโลมันเหลือเกิน ต่างตรงแค่สีผมกับความซนที่ได้มาจากเธอ.... เมื่อนึกถึงสีผมเธอก้สะดุดอยู่จุดๆหนึ่งที่เปลี่ยนไป..เพราะเมื่อคืนนี้เธอไม่ได้สังเกตุ

เจคอบ...มีผมสีเงินแซมขึ้นมาบริเวณด้านหน้า

เธอกล่าวขึ้นอย่างแปลกใจก่อนจะก้มหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ........ลูกแม่.....ลูกรู้อยู่แล้วใช่มั้ย..ทำไมถึงไม่ยอมบอกแม่เลย...

ดวงหน้านวลแลดูเศร้าสร้อย ในขณะที่อีกหนึ่งคนเพียงแต่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว ...ขี่เซาจริงๆน่ะหนุ่มน้อย...

ฉันเห็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มันคงจะสือ่อะไรซักอย่าง

คาโลเปรยขึ้นหลังจากเดินเข้าไปยืนมองอยู่ใกล้ๆ

ที่มีผมสีเงินแซมขึ้นมา มันแสดงถึงความแกร่งกล้าของเจคอบที่พึ่งบังเกิดน่ะค่ะ แต่มันจะเพิ่มมากหรือน้อยคิเรก็มิสามารถบอกได้ เจคอบมีความเป็นท่านทั้งสองอยู่มาก เพราะการที่เป็นลูกคนแรก เขาจึงสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างจากพวกท่านออกมา

คิเรอธิบาย

เธอรู้เรื่องนี้

เฟรินถาม

คิเรทราบมานานแล้วค่ะคิเรทราบมาตลอดว่าเจคอบเป็นใคร..มาจากไหน..จะเป็นเช่นไร..

เธอเอียงหัวไปทางซ้ายพร้อมกับทอดสายตามองเจคอบอย่างเศร้าสร้อย

มีแต่เจ้าตัวต่างหาก...ที่ไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย

ความจริงอันแสนเจ็บปวด

เฟรินเปรยขึ้นหลังจากฟังคำอธิบายของคิเร ก่อนจะโน้มตัวลงจูบคนตรงหน้าที่กลางหน้าพากอย่างอ่อนโยน

เจคอบรู้สึกถึงความอบอุ่นบริเวณใบหน้าที่เขาสัมผัสได้โดยสันชาติญาณ เขาจึงลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งที่แลเห็นคือดวงหน้าแสนหวานของหญิงสาววัยสิบหกที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ......ท่านแม่.. จูบเราหรอ เขายกมือขึ้นมาแตะบริเวณโหนกแก้มของเฟริน ก่อนจะค่อยๆลูบไล้เช็ดน้ำอุสสุชลแห่งความโศกเศร้าบนดวงหน้างามๆของเธอให้จางไปแล้วพูดขึ้นว่า

พี่นี่ขี้แงจัง ร้องไห้ทำไม..ผมไปตั้งเที่ยงคืนน่ะ

เจคอบกล่าวอย่างทะเล้นใบหน้ายิ้มแฉ่งราวดอกทานตะวันในวันแรกแย้ม เพื่อปกปิดความรู้สึกที่ไม่อยากจะเปิดเผยออกมา

ไม่ยักรู้..ว่าหัวขโมยกำมะลอแห่งเวนอลอย่างผม..จะมีคนร้องไห้ตามด้วย

เขากล่าวพร้อมๆกับค่อยๆใช้แขนทั้งสองข่างดันตัวลุกขึ้นมานั่ง คิ้วของเฟรินมุ่นเข้าหากัน ปากคู่สวยเหยี่ยดเม้มเป็นเส้นตรง พร้อมกับเอียงหัวมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา มือทั้งสองล่องลอยอย่างช้าเอื่อมไปสัมผัสใบหน้าขของเด็กหนุ่มอย่างไม่ได้ตั้งตัว น้ำตาไหลพรากออกมาอีกคราเมื่อนึกถึงความฝันที่เธอเคยฝันเมื่อคืนผ่านๆมา

สิบสี่ปีเชียวหรือที่เธอปล่อยเขาเอาไว้ นี่เธอจะต้องปล่อยเขาในอนาคตถึงสิบสี่ปีใช่มั้ย ..ท่านแม่..ท่านแม่อยู่หนใด..เหตุไฉนโชคชะตาจึงไม่เข้าข้าง...พรากท่านไปจากข้า..พรากลูกไปจากอก..นี่หรือคือชะตากรรมของธิดาแห่งความมืด..มีสิ่งสิ่งไหนที่ข้าจำเป็นต้องสูญเสียอีกบ่าง.....เพราะเฉกฉันใดจึงเป็นเช่นนี้..

เธออายุสิบหก แแต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบ เธอสัมผัสได้ถึงความรักที่เธอมีต่อเขามันท่วมท้นเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ความรักที่เกินกว่าจะบรรยาย ความรักของแม่คนหนึ่งที่จะมีให้ลูกได้ เธออดกลั้นมันไม่ไหวแล้วที่จะต้องนั่งมองเขาเดินจากไป

เฟรินกระชากเจคอบเข้ามาโอบกอดอย่างเต็มรัก เด็กหนุ่มรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก เขายกมือขึ้นโอบกอดเธอเช่นกันพร้อมกับซุกหัวไว้ระหว่างคอของเธอพร้อมกับเบือนหน้าหลบคนอื่นๆเพื่อไม่แสดงความรู้สึกให้ใครเห็น

เจคอบ จาคอบเบี่ยน วาเนบลี.....ลูกของฉันใช่มั้ย

เฟรินกล่าวเนิบๆเอื่ิอยๆ คนถูกขนานนามก็ถึงกับตลึง

.....ท่านแม่ทรงทราบความจริง....

ท่านแม่..

เจคอบเรียกเฟริน ก่อนจะปลีกตัวออกจากอ้อมกอดของเธอ

ผม..ขอโทษ..ที่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อน..ผมไม่ควรมาที่นี่.. ท่านแม่ควรจะใช้ชีวิตในวัยรุ่นของท่านอย่างมีความสุข...ผมไม่มีเจตนาจะทำร้ายท่าน.. เพียงแต่ก่อนหน้านี้..........

เจคอบอธิบายอย่างยาวเหยียดและเร่งรีบราวกับขบวนรถไฟที่ตั้งหน้าตั้งตามุ่งไปตามรางก่อนที่จะชะงักกระทันหันกับคำที่เขาจะพูดออกไป

ผม..มิอาจทราบมาก่อนว่าผมเป็นลูกของท่านแม่เฟลิโอน่า และท่านพ่อคาโล

เขากล่าวด้วยความเจ็บปวด

ผม..ขอโทษที่ต้องทำให้ท่านทั้งสองเดือดร้อน..ผม....

ไม่ทันที่เจคอบจะกล่าวจบบุรุษหนึ่งก็ค้านขึ้นมา

เจคอบ..นายไม่ได้ทำให้พวกฉันเดือดร้อนหรอก

คาโลกล่าวขึ้น เรียกใบหน้าของทั้งที่นั่งอยู่บนเตียงหันกลับไปมองอย่างสงสัย

แต่อย่าทำเรื่องแบบนี้บ่อยนัก

คาโลเตือน เจคอบพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

ไปอาบน้ำซะ จะได้ไปทานอาหารแล้วเตรียมตัวไปเรียน

คนเป็นพ่ออกคำสั่ง

อืมท์ แลละอีกอย่างหลังจากนี้เวลาเรียน ฉันอยากให้พวกเราในห้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่างเพร่งพรายออกไปเห็นจะดีกว่า เพราะเรามิอาจทราบว่าคนภายในโรงเรียนอาจจะเป็นผู้ให้กำเนิดทายาทแห่งบูรพาหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นภัยต่อพวกเราได้ สิ่งไหนที่เพื่อนๆคนอื่นๆรู้ไปแล้วก็ปล่อยไปตามน้ำ แต่เรื่องคิเรเป็นลูกของนายกับเรนอน

คาโลอธิบายพร้อมกับหันหน้าไปทางคิล คนถูกสั่งถึงกับหน้าขึ้นสี ทอดสายมองสาวน้อยรูปงามที่เขาหลงไหลนอนสลบหลับตาพริ้มอยู่บนที่นอนอย่างอายๆ

และเรื่องเจคอบเป็นลูกของฉันกับเฟริน อย่าให้ใครรู้จะดีกว่า ..ถ้าเรนอนตื่นขึ้นมา นายก็เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังด้วย

จากนั้นเขาก็หันหน้ากลับมาทางคิเรและเจคอบ

ส่วนพวกเธอสองคน เรียกเราว่าพี่ตามปกติ พยายามเก็บความรู้สึกไว้บ่าง อย่าพรั้งปากพูดสิ่งใดให้มากนัก เพราะมันอาจจะเป็นภัยต่อตัวพวกเธอทั้งสองเอง

เขาหันมาเตือนเด็กน้อยทั้งคู่แห่งอนาคตพร้อมกับยึดหน้ากากฟาโรออกมาบังหน้า พร้อมกับสอนพวกเขาทั้งสอง ทั้งๆที่ตัวเขาเองอยากจะกอดคนเป็นลูกใจแทบขาดก็ตาม ..ในใจนึกอิจฉาคนเป็นแม่ยิ่งนักที่สามารถกระทำตามใจตัวเองได้อย่างไม่ต้องอายใคร..นึกแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

เจคอบรีบวิ่งไปอาบน้ำ ซักพักเรนอนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เฟรินแลละคาโลนั่งคุยกันอยู่ซักพัก คิลจึงรับหน้าที่อธิบายเรื่องทั้งหมดให้เรนอนฟังไปพร้อมกับหันหน้าหนี อธิบายไปใบหน้าก็ร้อนผาวเพราะความอาย เรนอนนั่งเอามือกอดเข่ามุดหน้างุดบนผ้าห่มที่คลุมเขาอยู่ เธอรู้สึกตัวเบาหวิวอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ทั้งอายทั้งรู้สึกร้อนไปทั้งตัว ..นี่เธอมีลูกกับนักกฆ่าปัญญาอ่อนจริงๆหรือนี่..

คิเรแอบนึกขันพร้อมกับแอบมองพ่อแม่ของเธอในยามอายกันและกันอยู่อีกมุมห้องหลังจากที่เธอลากเจ้าแซนดี้ที่ไปหลบนอนอยู่ใต้ตัวทำงานตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ คาดว่ามันคงจะแอบหนีหลังจากโดนเจคอบปลุกเมื่อคืนนี้ เพราะเนื่องจากพวกเขามัวแต่สนใจคนอื่นมากกว่า จึงไม่มีใครสังเกตุเห็นเจ้ากวางน้อยผู้เคราะห์ร้ายที่มีนาย เป็นเจคอบ จาคอบเบียน วาเนบลี ลูกของหัวขโมยแห่งบารามอสตัวนี้ว่ามันไปหลบอยู่หนใด

ภาพของคิลกับเรนอนในตอนนี้แลดูน่าขันผิดกับเมื่อก่อนหน้านี้ซะไม่มีผิด ในตอนที่เขาทั้งสองทะเลาะกันราวกับเด็กๆจนเป็นเหตุทำให้ลูกสาวในอนาคตเข้าใจผิดว่าท่านพ่อของเธอกำลังจะทำร้ายท่านแม่สุดที่รักของเธอเข้าให้หรือกระไร เล่นเอาเด็กน้อยผู้ไรเดียงสาพรั้งปากเปิดเผยความจริงออกมาอย่างตั้งตัวไม่ทัน เพื่อทำการระงับศึกของทั้งคู่ ซึ่งดูได้ผลเกินคาด ท่านพ่อท่านแม่ของเธอดูท่าว่าจะไม่ทะเลาะกันไปอีกนาน เพราะต่างฝ่ายต่างไม่กล้ามองหน้ากันอีกต่อไป

ฮิ ฮิ ฮิ..น่ารัก

คิเรหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว เพราะเจ้าแซนดี้ยังไม่ตื่น

อะไรน่ารักหรอคิเร
เจคอบถามขึ้นเมื่อเดินออกมาเห็นคิเรหัวเราะคิดคักอยู่คนเดียวพร้อมๆกับพูดคำว่า ..น่ารัก.. ออกมา

ท่านพ่อกับท่านแม่น่ะสิ

เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ฮือ....

เจคอบครางพร้อมกับทำตาโตอย่างสงสัย คิเรจึงพยักหน้้าเป็นเชิงสงเซ็นต์ให้เจคอบมองไปทางคิลและเรนอนคิลนั่งหันหลังให้เรนอน ส่วนเรนอนมุดหัวงุดๆอยู่บนผ้าห่ม เจคอบรู้สึกงงว่ามันคืออะไรตึงหันหน้ากลับมาหาคิเรแล้วมุ่นคิ้วเข้าหากันเป็นเชิงถามว่า...นี่หรอที่เธอบอกว่าน่ารัก.. คิเรมีสีหน้าเริ่มหมั่นใส้คนตรงหน้านักจึงตะโกนออกมาซะดังลั่น

โถ่..ผู้ชายก็งี้.. ก็ฉันมองท่านพ่อกับท่านแม่งอนกันไงนายโง่

เธอเริ่มหมดความอดทน ..เมื่อกล่าวจบคิลกับเรนอนก็พร้อมใจกันปรามคิเรทันที

คิเร

เธอหน้าหงอในทันที ส่วนเจ้าแซนดี้ก็ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงตะโกนของคิเร

ส่งเสียงเอะอะโวยวายแต่เช้าเลยน่ะ แม่หนูวานร

แซนดี้ทัก

ฉันโวยวายมาแปดสิบแปดรอบแล้ว นายขี้เซา

เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมกับเชิดหน้าหนี

เอาเถอะเลิกทะเลาะกันซะที ไปทานข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน

คาโลปราม

วะ..ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลยน่ะคาโล

เฟรินแย้งขึ้น

ปกตินายก็ไม่อาบอยู่แล้ว--ไม่ต้องอาบหรอก---สายแล้ว รีบไปเปลี่ยนผ้าดีกว่า

ว่ะ เฮ้ย พูดแบบนี้หมายความว่าไง ฉันอาบน้ำทุกวันน่ะเว้ย

เธอแย้งขึ้น

เปลี่ยนๆไปเถอะน่า

เขากล่าวปัดความลำคาญ ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูเฟรินว่า

หรือจะให้ฉันเปลี่ยนให้ เพราะไหนๆในอนาคตนายก็จะมาเป็นราชินีของฉันอยู่แล้วนี่

เมื่อกล่าวจบ แม่คนฟังก็ถึงกับขนลุกซู่ หน้าร้อนผาวก่อนจะตะโกนด่าออกมาซะดังลั่น

ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้เจ้าชายหื่น อึ๋ย..ขนลุก..นี่

ว่าจบก็ปาหมอนมาปะทะหน้าอันหล่อเหลาของคาโลเข้าอย่างจัง แล้วเจ้าตัวก็วิ่งแจ่นเข้าห้องน้ำไป

ฉันเปลี่ยนเองได้โว้ย ไม่ต้องให้นายมาช่วยหรอก ไอ้เจ้าชายหื่น

เจ้าตัวเตะฝาผนังดังโครมครามเพราะความอาย พร้อมๆกับบ่นอุบอิบตามประสา

นายแน่ใจน่ะคาโล ว่าถ้ามันออกมามันจะไม่เตะนาย

คิลถามขึ้นอย่างขำๆ แต่ก็ไม่ยอมหันหน้าไปมองเรนอนเลย เจคอบและคิเรหัวเราะผสมโรงกันไปอย่างสนุกสนาน

+++++++++++++++++

............เจ้าจะไม่ตาย..เจคอบ....เจ้าจะมีชีวิตรอด.......อย่ายอมแพ้........สู้มัน...สู้ให้สุดชีวิต....นึกถึงนาง..นางผู้ให้กำเนิดเจ้า......

นางผู้ให้กำเนิด

........ใช่นางผู้นี้.....นางผู้อยู่ในอ้อมมือเจ้า.....คือนางผู้เฝ้ารอเจ้าในอนาคต.......หากไม่มีนางผู้นี้.......จะไม่มีเจ้า....


ไม่มีนาง..ไม่มีเรา หยาดน้ำตาล่วงลงมาจากดวงตาสีน้ำเงินคู่โตของเขา ไอเย็นแผ่ซานไปทั่ว แสงไฟรอบตัวดับวูบลงอย่างช้าๆ

เป็นไปไม่ได้ เจ้าปีศาจกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

.........ถ้าเจ้าจัดการกับมันตอนนี้ไม่ได้...ข้าจะจัดการเจ้าเอง..ไปฆ่ามัน..เอาหัวใจมันมาให้ได้...... คำสั่งของผู้เป็นนายดั่งก้องอยู่ในหูของมันอีกครั้ง

เจคอบว่างเฟรินลงบนพื้นราบอย่างทนุถนอม

ท่านแม่........ เด็กหนุ่มกระซิบ แก............ตาย.... เขาวิ่งไปด้วยความเร็วสูง เหวี่ยงดาบใส่ศัตรูตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาลุกโซตช่วงเป็นไฟ จู่ๆพายุหิมะก็โหมกระหน่ำปีศาจตรงหน้าอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย.......ตอนนี้เจคอบไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไปแล้ว เส้นเลือดแทบขาดสบั่นเพราะความแค้น เขาและปีศาจฟาดฟันกันอย่างไม่หยุดยั้ง เจ้านั่นหลบดาบของเขาได้อีกครั้งก่อนจะซัดเขาลงไปกองกับพื้น เจคอบจ้องมันตาเขม็งในขณะเดียวกันที่เจ้านั่นจ้องเขาด้วยทีท่าหวาดกลัว เจคอบใช้ด้ามของดาบค้ำยันตัวขึ้นมา ลมแรงพุ่งตีกลับใส่เขากีดลึกลงไปในเนื้อของเขาแต่เจคอบไม่หยุด เขาเดินตรงไปหาปีศาจอย่างช้าๆ

....เขาพึมพำบางสิ่งบางอย่าง....น้ำในบ่อด้านหลังกลายเป็นคลื่นยักโถมเข้าใส่เจ้าเงานั่น ปีศาจร้ายร้องลั่น ก่อนจะจับตัวเป็นน้ำแข็งราวกับรูปปั้นและสลายตัวไป น้ำในบ่อแห้งเหือดเหลือเพียงพื้นดินกับโคลนตมไว้เป็นสัญลักษณ์ว่าครั้งหนึ่งที่ตรงนี้เคยเป็นบ่อน้ำ

เสียงกรีดร้องของเงาทะมึนปลุกสมาชิกป้อมอัศวินให้ตื่นขึ้นมาจากนิทรา ก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องตามเสียงกรี๊ดร้อง หนึ่งบุรุษคนสำคัญก็เช่นกัน เขารีบลุกทันทีเมื่อสังเกตุเห็นว่าคนป่วยทั้งสองไม่อยู่บนเตียงอีกต่อไป ความกลัวแล่นผ่านจิตใจ ได้ภาวนาหวังว่าจะไม่มีใครเป็นอะไร

ทางด้านเจคอบก็ล้มลงกับพื้นหลังจากการต่อสู้ ดวงตาเบิกกว้าง แสงสีเงินทอประกายอยู่รอบตัวเขา เขาแลเห็นหมู่ผีเสื้อบินวนไปมาอยู่บริเวณใบหน้า

เจคอบ คิเรที่วิ่งออกมาก่อนใครตะโกนขึ้น และเธอก็ต้องหยุดกึกเมื่อคนตรงหน้าไม่เหมือนคนที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป ดวงตาแดงก่ำทอแสงแรงกล้า ปอยผมด้านหน้าเปลี่ยนเป็นสีเงินแต่ด้านหลังยังคงสีน้ำตาลเหมือนเดิม บริเวณบาดแผลดูเหมือนว่ากำลังรักษาตัวเองอยู่ ดวงตาเหม่อลอยราวกับร่างไร้วิญญาณ

เกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงทรงอำนาจของผู้ไม่ชอบถูกปลุกยามวิกาลกล่าวขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วเขาก็ต้องชงักเมื่อเห็นสภาพของคนที่กำลังนอนเรืองแสงอยู่กับพื้น โดยมีเด็กสาวผมสีม่วงนั่งอยู่ข้างกาย เหล่าป้อมอัศวินพากันแห่มามุงดูอย่างตกตะลึงอ้าปากค้างกันเป็นแถว

หลบไป หนึ่งบุรุษประกาศขึ้นพร้อมกับวิ่งฝ่าฝูงชนมาอย่างเร่งรีบ เฟริน เขาอุทานขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นร่างหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลที่นอนหมดสติอยู่ไม่ห่างถัดจากเจคอบไปเขาวิ่งตรงเขาไปหาเธอแล้วช้อนร่างบางขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะส่งให้เพื่อนร่วมห้องแล้วเอ่ยขึ้นอย่างซีเรียส คิลนำเฟรินขึ้นห้องไป คาโลหันหน้าไปอีกทางพร้อมกับออกคำสั่งไปยังบุรุสผู้มีนัยน์ตาสีเขียวมรกตที่กำลังวิ่งมา โรนายทำหน้าที่อธิบายเรื่องทุกอย่างพี่โรเวนฟัง ว่าจบเขาก็กระโดดไปอุ้มเด็กหนุ่มขึ้นมาอย่างเร่งรีบ แล้ววิ่งผ่านฝูงชนชาวป้อมอัศวินไปอย่างไม่แคร์สายตาคู่ใดทั้งสิ้น

คาโลมีท่าทางแปลกๆ เรนอนเอ่ยขึ้น ส่วนคนอื่นๆพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ตามไปดูมั้ย มาทิลด้าเสนอ

เจคอบก็แปลกน่ะครับ ซีบิลเอ่ย


บรรยากาศอึมครึมปกคลุมภายในห้องของหัวหน้าชั้นปีสาม คาโลวางร่างเด็กหนุ่มไว้บนเตียงของตน ส่วนคิลที่เดินตามเข้ามาก็ว่างร่างของเฟรินไว้อีกเตียงหนึ่ง ใบหน้าของคิลแปรสภาพกลายเป็นเครื่องหมายคำถาม แต่ก็ลังเลไม่รู้ว่าควรจะถามดีหรือไม่

ก่อเรื่องอีกจนๆได้น่ะ แม่ือกล่าวจบเจ้าตัวก็เดินไปยังตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบคทาพิพากษาออก พึมพำบางอย่างและหมอเทวดาโอเดลก็ปรากฎกายขึ้น

คะ..คาโล เจคอบเรืองแสง คิลพูดตะกุกตะกัก ส่วนคนฟังพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย


++++++++++++

........พลังกำลังจะคืนสู่เจ้า ไม่ใช่สิ พลังของเจ้าได้บังเกิดขึ้นแล้ว.........

บุรุษลึกลับเอ่ยขึ้น

......ท่านเป็นใคร ท่านบอกข้าทำไม.......

เด็กหนุ่มถามกลับ

.........เพราะมันเป็นสิ่งที่เจ้าควรรู้...........

.....สิ่งที่ข้าควรรู้....

........ใช่ สิ่งที่เจ้าควรรู้.........

......ข้าสงสัย.......

.......เจ้าสงสัยอะไรหนุ่มน้อย.........

ข้าสงสัยในสิ่งที่ท่านพูด......สงสัยว่าข้าเป็นใครกันแน่...และพลังที่ท่านพูดถึงนั้นมาเกี่ยวอะไรกับข้า

เด็กหนุ่มมุ่นคิ้ว พยายามจ้องไปยังผู้มาเยือน เขาเพ่งไปยังบุรุษแต่มิสามารถมองเห็นรูปลักษณ์ใบหน้าของคู่สนทนาได้

.........เจ้าคือผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต........

.........แต่ข้าไม่อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่.......และนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้าสงสัย......

........เจ้าไม่อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่......แต่นั่นคือชะตาของเจ้า.........

.......ข้าจะเปลี่ยนชะตาของข้า.....จะได่มั้ย......

.........เจ้าต้องถามพระชนนีของเจ้า...........

......พระชนนีของข้า.......

........ใช่พระชนนีของเจ้า........

......ข้าไม่มีแม่.......

.........โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ มีสิหนุ่มน้อย เจ้ามี......

คู่สนทนาหัวเราะอย่างเอ็นดูความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่ม

.......ผู้ใดคือแม่ของข้า......

............เจ้ามิทรงทราบหรอกหรือ........

......ข้าไม่รู้......ไม่รู้จริงๆ....ข้าไม่เคยเจอแม่....

........เจอสิ.......เจ้าเคยเจอนาง......

....ข้าไม่.

....ชู๊ววววววว.........เจ้าอยากเจอนางมั้ยล่ะ.........

......อยาก อยากมาก.......

เด็กหนุ่มกล่าว

.......ตามข้ามา.....

คู่สนทนากวักมือเรียกเขา เด็กหนุ่มเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย


เสด็จแม่ ปล่อยเพค่ะ ปล่อย เด็กน้อยวัยราวๆห้าขวบที่กำลังหัวเราะคิกคักกล่าวขอร้องผู้ได้ชื่อว่าเป็นเสด็จแม่ของเธอหญิงวัยกลางคนผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลนั่งท่าพับเพียบอยู่กับพื้นข้างเตียงไม้สองชั้นที่ถูกขัดจนเป็นเงาวาว กำลังเล่นอยู่กับลูกของเธออย่างสนุกสนานแผ่นหลังของนางเหยียดตรงแลดูสง่า เห็นเพียงเบื้องหลังของนางเราก็สามารถเดาได้ว่านางผู้นี้คงจะเป็นหญิงรูปงามอย่างแน่นอน เด็กผู้หญิงตัวเล็กเรือนผมสีเงินสรวยดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่บนตักแม่ของเธออย่างมีความสุข เมื่อเจคอบละสายตาจากเธอมองไปอีกด้านหนึ่งของมุมห้องก็พบว่า บนโต๊ะเขียนหนังสือที่ตั้งอยู่ถัดไปนั้นมีเด็กผู้ชายวัยเดียวกันกับเด็กหญิงนั่งอยู่ ในมือจับปากกาขนนกเขียนหนังสืออย่างขมักเขม้น ใบหน้าส่อแววจริงจัง

เมื่อมองไปอีกทางก็พบเตียงเดี่ยวอีกเตียงหนึ่งตั้งอยู่ ผ้าคลุมเตียงสีฟ้าอ่อนลายดอกไม้ คาดว่าอาจจะเป็นเตียงของเด็กผู้หญิงแน่นอน ภายในตัวห้องกว้างขวางมีโต๊ะทำงานและตู้อย่างละสามอันตั้งแยกคละอยู่ตามมุมต่างๆผ้าม่านลายลูกไม้ผืนยาวปลิวไสวอยู่บริเวณขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของทั้งสองดังคับห้อง

โอ้ เยส... เสียงหนึ่งประกาศขึ้นอย่างปราชัย ในที่สุด..ผมก็ทำสำเร็จ เด็กน้อยผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลกล่าวขึ้นอย่างภาคภูมิใจก่อนจะชูกระดาษที่เขาพึงบรรจงเขียนบางสิ่งบางอย่างลงไปเมื่อก่อนหน้านี้ พระพักตรเคร่งขรึมราวกับผู้มากพระชันสาเมื่อก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสนุกสนานสมเป็นวัยอีกครา

เสร็จแล้วหรอค่ะพี่ คาลอส เด็กหญิงผู้นอนอยู่บนตักแม่ถามขึ้น

เดี๋ยวพี่จะอ่านให่ฟัง คาลอสกล่าว

เดี๋ยวๆ พี่คาลอส รอหญิงด้วย เด็กผู้หญิงผมสีเงินอีกคนที่กำลังมุดออกมาจากเตียงกล่าวขึ้น ในมือของเธอกระชับดาบไม้สลักลายไว้แน่น คลานกร่อมๆเข้ามานั่งข้างๆแม่ของเธอ

ช้าอีกแล้วน่ะ เฟริน่า เด็กน้อยผู้อยู่ในตักกล่าวขึ้น

ก็ฉันหาดาบอยู่นี่จ๊ะ เฟรย่า เธอย้อนกลับ

เอาล่ะน่ะทุกคน พี่จะเริ่มอ่านให้ฟัง คาลอสตัดบท

......ถึงเพลา กล่าวต้อนรับพระเชษฐา....
....ประพาสมา คาโนวาลแดนสุขสันต์..
...เหล่าวานร รอคอยท่านจ้าละวัล...
...มาเถอะท่าน มาสุขสันต์ยังแดนเรา..

...พวกหม่อมฉันตาใส รอเข้าเฝ้า
..รอจนเบ้าดวงตาจะถล่น..
..ถึงรอนานหม่อมฉันก็จะทน..
..รอพี่ชายที่ขาดสนมานมนาน..

เมื่อคาลอสกล่าวจบบุคคลทั้งสามก็ปรบมือให้อย่างพร้อมเพรียง

เก่งมากจ๊ะคาลอส--ลูกแม่นี่วิเศษจรองๆ คนเป็นแม่กล่าวชมพระโอรสของตน

เฟริน่าก็มีค่ะหม่อมแม่ เด็กน้อยผมสีเงินเอ่ยขึ้น ก่อนจะแงะกระดาษแผ่นเล็กๆที่แนบอยู่ข้างด้ามของดาบออกมา แล้วลงมือสาธยาย

...มาเถอะน่ะพี่ชายสุดแสนรัก
..จงมาพักประทับอยู่ที่นี่..
..เราสัญญาจะเป็นน้องที่แสนดี..
..ไม่ให้พี่ต้องเคืองแคลงรำคาญใจ..

..เสด็จแม่เฝ้ารอคอยพี่อยู่น่ะ..
..มาสิจ๊ะพี่จ๋ามามะมา..
..หนูจะปักรักพี่ทุกเพลา..
..เพียงพี่ยากลับมาหาอีกซักครา..

เมื่อกล่าวจบบุคคลทั้งสี่ก็หัวเราะออกมายกใหญ่อย่างอารมณ์ดี

บทกลอนของเฟริน่าไพเราะใช่มั้ยล่ะ เด็กสาวถามขึ้น
จ้า ไพเราะมากน้องรัก .. ..มาสิจ๊ะพี่จ๋ามามะมา.. ว่าจบเจ้าตัวก็ปล่อยฮาอีกระรอก

ชิ ออกจะน่ารัก เด็กน้อยเบ้ปากใส่พี่ชายก่อนจะเชิดหน้าหนี

เก่งทั้งคู่เลยน่ะจ๊ะลูกแม่ อย่างนี้พี่เจคอบของลูกจะต้องประทับใจแน่ๆ ...เฟี้ยว....ฉึก...เหมือนคมดาบปักลงกลางใจของผู้ฟัง

ไปกินข้าวกันดีกว่า แม่หิวแล้ว

จริงครับ ป่านนี้ท่านพ่อคงรอแย่แล้ว เมื่อกล่าวจบบุคคลทั้งสี่ก็ลุกขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าของคนเป็นแม่ที่หันกลับมาทางเขา ....เธอยังเหมือนเดิม..ไม่ได้แก่ไปกว่าเก่าเลย...เขาจำได้...เธอคนนั้นที่ตามหา.....

ทั้งสี่เดินผ่านร่างของเจคอบและบุรุษลึกลับไป หยาดน้ำตาของเจคอบหล่ังรินอีกระรอกสอง

.....นั่นแหละ แม่ของเจ้า...

บุรุษลึกลับเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสี่จากไป

....แม่ของข้า...ราชินีแห่งคาโนวาล...

.........ใช่แล้ว....แม่ของเจ้า...ราชินีแห่งคาโนวาล..

ท่านแม่..แม่และน้องๆของเขา

++++++



++++++

เจคอบ คนถูกเรียกปรือตาลงแล้วเปิดขึ้นอีกคราอย่างช้าๆ บุรุษผมสีเงินเบื่องหน้าทาบมือลงบนหน้าผากของเขาอีกครั้ง

ตื่นซะทีน่ะพ่อหนุ่ม หมอโอเดลกล่าวขึ้นบ่าง

ท่านพ่อ คำแรกที่พรั้งหลุดออกจากปากของเขา ดวงตาของคนฟังเบิกกว้างเท่าไขห่านเมื่อถูกขนานนามว่าพ่อ

Image By Goblin

Feliona ลงสีครั้งแรกของ goblin


http://g1.buildboard.com/viewtopic.php?id=327&topic=4998&fx=2&forum=2084&9

เฟริน คาโล เจคอบ by Goblin
http://g1.buildboard.com/viewtopic.php?id=327&topic=1725&fx=2&forum=2084&8


คาโลน้อย กับไอติม by Emrysmerlin


http://g1.buildboard.com/viewtopic.php?id=327&topic=7427&fx=2&forum=2084&5


และภาพเจคอบทับเฟริน แบบมั่วๆเข้าไปดูในนนี้ อาจจะเจอภาพท่านคาโอบ่าง เราชอบน่ะ แต่อย่าจำสับกัน ของเราอันห่วยๆน่ะ อันล่าสุด 5555 by Emrysmerlin
http://spaces.msn.com/members/EmrysmerlinDeBereaux/

เฟรี่จัง By Goblin

http://g1.buildboard.com/viewtopic.php?topic=1193&forum=2084&id=327



มีแค่นี้แหละ ไปเเล้ว

เออนี่คือลิงค์ ลูคัส

http://www.dek-d.com/entertain/view.php?id=65377&from_entertain=1


edit @ 2005/08/27 23:44:08

บทที่ 14 ...........................

ไม่เพค่ะนายหญิง เพราะมันไม่ใช่แค่นั้น แม่รี่กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

หมายความว่าไง

เพราะ...มันมีบางสิ่งที่บงบอกว่าความชั่วร้ายกำลังคลุกคราม

อะไรล่ะแม่นม หญิงสาวผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลยังคงพยายามที่ซักถาม หยาดน้ำตาไหลมาคลอเคลียอยู่บริเวณใบหน้า

พระจันทร์เดือด พระจันทร์สีเลือด แม่รี่เม้มปากแสดงถึงความเจ็บปวด เธอรู้สึกเจ็บปวดแทนนายข้างกายทุกครั้งในยามนึกถึงสิ่งที่จะต้องอธิบาย ความหมายมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

แล้วเรารับรู้ไม่ได้รึไง คนฟังขึ้นเสียงสูง

หม่อมฉันคิดว่า หากนายหญิงมิทราบความหมายจะดีเสียกว่าเพค่ะ

งั้นเจ้าช่วยไปเอาลูกเรามาที คนฟังกล่าวอย่างเหนื่อยอ่อน เราขอกอดเขาอีกสักครั้ง แต่มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ผู้ได้ชื่อว่าเป็นบ่าวเบือนหน้าหนีเพื่อปกปิดความอ่อนแอที่มีอยู่ในตัว ก่อนจะเดินไปนำทารกน้อยผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระรัชทายาทแ่ห่งคาโนวาลกลับมาสู่อ้อมอกของนางผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิด

วันไหนน่ะ เราถึงจะได้พบเจ้าอีก เด็กน้อยของแม่ หญิงสาวกล่าวก่อนจะก้มลงจุมพิตเด็กทารกที่บริเวณหน้าผาก เมือเรียวงามลูบไร้ไปตามใบหน้าอันอ่อนโยนของทารก ใบหน้าของเขาออกสีซีดเซียว เด็กน้อยยังหลับตาพริ้ม อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยร้า นอกจากเสียงกรีดร้องที่เขาเปลงออกมายามแรกเกิดแล้ว จากนั้นก็ไม่ปริปากซักคำ ช่างเป็นเด็กที่น่าเอ็นดูเสียกระไรนี่ ผ้าอ้อมสีขาวบริสุทธิ์ดุจความไร้เดียงสาของผู้ห่ม ทำไมน่ะ ทำไมเจ้าถึงต้องเกิดมาเป็นเช่นนี้ เพียงหากเจ้าไม่ต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต เราคงไม่ต้องพรากจากกัน

อย่าทรงเศร้าไปเลยเพค่ะนายหญิง วันหนึ่งเขาจะกลับมา เขาจะกลับมาหานายหญิงอย่างแน่นอน

แล้ววันไหนล่ะนม

วันที่เขาแข็งแกร่ง วันที่เขาพร้อมจะต่อสู้ด้วยตนเอง ถึงเวลานั้นเราก็ไม่ต้องเป็นห่วงเขาอีกต่อไป เขาจะกลับมาอยู่กับนายหญิงและนายท่านอย่างแน่นอน

ให้มันจริงเถอะ

...................................

แฮ่ก แฮ่ก ..................

แค่ฝัน .........เป็นแค่ฝันแต่กลับรู้สึกเจ็บ.........เหนื่อยอ่อน...เมื่อยร้า..... เมื่อมองไปทางบุคคลสองคนครั้งไหนก็รู้สึกอบอุ่น พวกเขาหลับไปแล้ว หัวขโมยผู้มีใบหน้าหวานนอนอยู่บนเตียงอันอ่อนนุ่มโดยมีเจ้าชายฟุบอยู่ข้างกาย ยิ่งดูยิ่งเป็นไปไม่ได้ เราไม่ใช่ลูกของหัวขโมยกับเจ้าชายซะหน่อยเหนื่อย เจ็บระหว่างอก เจ็บจนบอกไม่ถูก อาจจะเป็นพิศไข้ หรือพิศบาดแผลที่เจ้าปีศาจนั่นทำกับเราไว้มันต้องไม่เกี่ยวกับฝันอยู่แล้ว.........

ความสับสนในตัวเขา คำถามมากมายที่ผุดขึ้นมา มีใครหรือจะช่วยแก้ปมนั้นๆ ไม่มี........เด็กหนุ่มเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเศร้าหมอง ทำไมเขาถึงหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ซักที เขาเป็นลูกของขอทานต่างหาก... มันคือความคิดเดียวที่เขายึดมั่น เขารักเฟรินแต่บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงปฏิเสธ อาจจะเป็นเพราะไม่เชื่อ เพราะฝันมันก็เป็นแค่ฝัน

เจคอบลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างช้าๆ เขาย่องออกจากห้องพยาบาลมา เดินไปตามระเบียงที่มีเพียงแสงจันทร์เป็นไฟนำทางให้เขา แสงดาวทอประกายระยิบระยับอยู่บนท้องนภาเขาก้าวเท้าเดินผ่านลานตะวันมุ่งหน้าไปยังสระน้ำก่อนจะนั่งลงข้างๆ เข่าทั้งสองข้างถูกชักขึ้นมากอดอย่างไร้อารมณ์ หน้าแหงนขึ้นมองฟ้าอย่างไร้จุดหมาย

เจคอบ เสียงหนึ่งเรียกขึ้นทำเอาเจคอบถึงกับสดุ้ง จะหนีมาชมความงามของธรรมชาติตอนกลางคืนก็ไม่รู้จักชวนกันเลยน่ะ .....เธอผู้นั้น เธอผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลอ่อน ร่างบางของเธอกำลังมุ่งหน้าตรงมาหาเขา..........

ก็พี่หลับอยู่นิ จะให้ผมปลุกได้ไง เจคอบตอบกลับไป

พระจันทร์สวยดีเนาะ

พี่หลงไหลในความงามของพระจันทร์ด้วยหรอ เจคอบถามอย่างทะเล้นพร้อมกับมุ่นหน้าใส่

โป๊ก !!!!!

โอ๊ย พี่เฟรินเจ็บน่ะ คนโดนเขกโวยขึ้น

แกมัน โดนซะบ่างก็ดี เมื่อคนพี่กล่าวจบก็วางตัวลงบนพื้นนอนราบไปบนใบหญ้า แหงนหน้ามองดวงจันทร์อย่างสบายอุรา ส่วนคนน้องก็ได้แต่ถูหัวปอยๆเพราะความเจ็บ ก็เธอเขกมันเบาซะที่ไหนล่ะ ก่อนจะนึกกล่าวขึ้้นมาว่า

พี่เฟริน ผมมีเรื่องอยากจะถามอะไรพี่อย่าง เจคอบนอนลงข้างๆ เฟริน

มีอะไรจ๊ะ ไอ้น้อง

ถ้าหากวันหนึ่ง พี่รู้ว่าพ่อคนที่เลี้ยงพี่อยู่ไม่ใช่พ่อจริงๆ และคนที่พี่ไม่เคยเจอเลยกลับกลายเป็นพ่อที่แท้จริงของพี่ พี่จะทำไง เฟรินยิ้มรับกับคำถามของเจคอบ

แกไปรู้เรื่องฉันมาแต่ไหนว่ะ เฟรินถามกลับ

รู้อะไร

ก็รู้ว่าพ่อมาดัสของฉัน แท้จริงแล้วไม่ใช่พ่อฉันไง

ผมไม่รู้ ผมถามพี่เฉยๆ

อ้าวหรอ ฉันก็คิดว่าแกรู้ เธอหันหน้ากลับไปมองฟ้าเหมือนเดิม ฉันก็ไม่ทำไงหรอก ก็ยินดีไง

ที่พี่บอกว่าพี่ไม่ได้เป็นลูกของมาดัส พี่หมายความว่าไง เจคอบถามขึ้นอย่างสงสัย

อ๋อ... แท้จริงแล้ว ฉันไม่ได้เป็นลูกของพ่อมาดัสหรอก แต่ฉันเป็นลูกของเจ้าหญิงเอลิเซีย ฟาโรเวล กับ เจ้าเอวิเดส ที่พวกเราชาวเอเดนเรียกว่าเจ้าปีศาจเอวิเดส ว่าแล้วเจ้าตัวก็หัวเราะร่าออกมา

พี่รู้สึกยังไง พี่ยอมรับเขาได้หรือ พี่โกรธเขารึเปล่า พี่ว่าเขาทรยศพี่ไหม

เจคอบพี่มีอะไรจะบอกนายอย่างหนึ่ง

เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นน้ำเปลี่ยนจริงจังอีกครั้ง

ไม่ว่าพ่อที่เลี้ยงพี่มาจะเป็นพ่อแท้ๆของพี่หรือไม่ แต่เขาก็คือพ่อพี่ พี่ก็จะรักเขาอย่างที่เขาเป็น ส่วนพ่อที่ไม่ได้เลี้ยงพี่ แต่กลับเป็นพ่อที่แท้จริง พี่ก็รักเขาเช่นกัน เพราะครึ่งหนึ่งในตัวพี่ คือเลือดของเขา

เจคอบพยักหน้ารับก่อนจะตะแคงตัวมองใบหน้าของเฟรินอย่างอาธรณ์

พ่อเอวิเดสของพี่เคยบอกพี่ว่า --- คนเรานะลูก มีเหตุผลที่มาต่างกัน ก็มีการกระทำต่างกัน ความคิดต่างกัน ในโลกนี้จริงๆไม่มีถูกไม่มีผิด มุมเรามอง เราว่าเค้าทรยศ ทำผิด มุมมองเค้า อาจว่าทำตามหน้าที่ ไม่ผิด แล้วถ้าเค้าพูดอย่างนั้นลูกจะว่าไง ทุกอย่างอยู่แค่ห้วงคิด ถ้าเราไม่รู้จักหมุนเปลี่ยนห้วงคิด โลกนี้ทั้งโลกก็มีแต่ศัตรูกับคนทรยศ แต่ถ้าหมุนเปลี่ยนความคิดสักนิด โลกนี้ทั้งโลกก็มีแต่เพื่อน ---พี่คิดว่าการที่บางคนต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เขาก็มีเหตุผลของเขา ถ้าไม่มีเหตุผลเขาคงจะไม่ทำ การที่พี่ต้องมาอยู่กับพ่อมาดัสมันก็มีเหตุผลของมัน มีที่มาที่ไป

คนอธิบายยังคงแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างภาคภูมิใจ เธอรู้สึกพึงพอใจในสิ่งที่เธอได้ประสบ เพราะมันไม่มีอะไรที่จะน่าพึงพอใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว เธอได้เรียนรู้ที่จะลำบาก เร่ร่อนไปทุกหนทุกแห่ง เธอได้รับความรักจากบุคคลที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ และเธอก็เชื่อมาตลอดว่าเขาคนนั้นคือพ่อของเธอ เธอได้เรียนรู้ถึงการพลิกผลันของชะตาชีวิต หัวขโมยผู้เคยโดดเดี่ยวได้เข้ามารับรู้ถึงความรู้สึกดีๆของการมีเพื่อนฝูง หัวขโมยกลายเป็นเจ้าหญิง... ฟังดูน่าขันแต่มันเป็นความจริง แล้วหัวขโมยอย่างเธอคนนี้ยังจะต้องโกรธเคืองใครอีกล่ะ ในเมื่อมันให้บทเรียนที่ดีแกเธอขนาดนี้ ถึงแม้่ว่ามันจะมีข้อดีบ่างเสียบ่าง แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ เราต้องยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ทำไม นายถามพี่ทำไม อย่าบอกน่ะว่านายก็เจอกรณีเดียวกับฉัน หรือว่าหัวขโมยแห่งเวนอลจะกลายเป็นเจ้าชาย ว่าจบก็หัวเราะครืดออกมาอีกระรอก หัวขโมยก็เป็นหัวขโมยอยู่วันยังค่ำ จะเป็นนักปราชญ์ทั้งทีก็เป็นได้ไม่เกินห้านาที

อาจจะ คนฟังกล่าวขึ้นบ่าง

กร๊ากกกกกกก ฮ่า ฮ่า เฟรินหัวเราะกร๊าก แต่จะว่าไปน่ะ จากรูปลักษณ์ภายนอกของนาย ฉันให้ล้านคะแนนเลยเจคอบ หน้าตาคม หล่อใช้ได้ ดูเหมือนลูกผู้ดีมีสกุล เฟรินเอ่ยชมอย่างจริงใจ ในขณะที่คนฟังลุกขึ้นมายืดอกอย่างภาคภูมิใจรับคำชมก่อนจะโดนฝามือของใครบางคนฟาดเข้าอย่างจัง

ตุ๊บ...

โอ๊ย พี่

หมั่นใส้โว้ย

ก็คนมันหล่ออ๊ะ ช่วยไม่ได้

แหวะ เฟรินแขวะกลับ แต่เอ้อ นายรู้ไรมั้ยเจคอบว่าทำไมฉันถึงไม่เชื่อว่านายเป็นเจ้าชายได้

อะไรหรอพี่

ก็ท่าทางของนายไงเล่า

ยังไง

ก็ไอ้ท่าทางซกมก กับความดื้อเหมือนลิง ชอบแกล้งชาวบ้าน

ผมอาจจะเหมือนพี่ก็ได้ ว่าแล้วคนพูดก็หัวเราะออกมาครื้ดใหญ่ เล่นเอาคนฟังถึงกับชะงักก่อนจะสะอึกคำพูดของคนบางคน เพราะที่มันพูดก็มีเหตุผล มันอาจจะเหมือนเราก็ได้ ว่าแต่เรากลับกันดีกว่า นอนตากน้ำค้างนานๆเดี๋ยวไม่สบาย เจคอบเอ่ยขึ้น

อืมต่ออีกหน่อยก่อนดีกว่า อากาศดีอย่างนี้อีกทั้งยังมีพระจันทร์เต็มดวงและหมู่ดาวเต็มฟ้า พี่ขอนอนชมอีกซักพัก

ก็ดีเหมือนกัน ผมไม่ได้ชมดาวแบบนี้มาตั้งนานแล้ว คนชวนเออออไปด้วยก่อนจะเอ่ยบทกลอนขึ้น

....พรรณาหมู่ดาวบนฟากฟ้า
...จงช่วยตอบปัญหาแก่ข้าที
..ความมืดมิดในใจข้านั้นยังมี
..ไร้สุขขีสับสนวุ่นวายใจ

.....โอ้จันทรา ได้โปรดช่วยข้าเถิด
.....จงบังเกิดความจริงที่ไขว่คว้า
....ตัวข้าเองสุดแสนจะเหนื่อยร้า
...ปราถนาซึ่งความจริงหมดทั้งปวง

บรรยากาศรอบตัวแปรผันเป็นความเงียบ เฟรินกำลังตะลึงกับบทกลอนที่หลุดออกมาจากปากหัวขโมแห่งเวนอล นี่มันเจ้าบทเจ้ากลอนขนาดนี้เชียวหรือ เธอไม่ยักกะรู้ ส่วนเจ้าคนพร่ามก็ยังพร่ามต่อไปเล่นเอาคนฟังเริ่มสงสัยอดที่จะถามไม่ได้

เจ..เจคอบ..นี่นายเจ้าบทเจ้ากลอนขนาดนี้เลยหรอ

อืม ก็นิดหน่อยน่ะพี่--- คนชอบพร่ำตอบกลับ ส่วนมากจะเป็นเวลาที่ผมสับสนซะมากกว่า เวลาผมสนุกมันไม่ค่อยออกมาหรอก ว่าจบคำชอบพร่ามก็หัวเราะออกมา ส่วนคนฟังยิ้มกลับให้แห้งๆ.. แปลกวู้ย..

เฮ้อ..... เฟรินถอนหายใจออกมาเฮื้อกใหญ่

ผมมีอะไรจะบอกพี่อย่าง

มีไร

ผมจะมาลาพี่

อ้าวลาไปไหน ไปตายหรอ คนฟังถามกลับอย่างทะเล้น ส่วนเจคอบหันขวับพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่

พี่อยากให้ผมตายนักรึไง

เปล่าพี่ล้อเล่นน่ะ แค่นี้ทำเป็นงอน เฟรินหัวเราะออกมาอีกระลอกก่อนจะถามต่อ ทำไม่รีบลานักล่ะ นายยังอยู่ได้อีกสองอาทิตย์ไม่ใช่หรอ

คงไม่ได้แล้วแหละพี่ ผมมีภารกิจสำคัญรออยู่เบื่องหน้า ผมสนุกมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรมีสาระบ่าง เจคอบกล่าวอย่างหนักแน่นแต่มันทำให้คนฟังกลับนึกขัน

กร๊ากก อย่าบอกน่ะว่านายจะต้องกลับไปรับตำแหน่งเจ้าชายผู้หายสาบสูญง่ะ เฟรินแซว

โอ๊ยยยยย พี่น่ะเอาก็เอาว่ะ เอาเป็นว่าผมเล่าให้พี่ฟังก็ได้ว่าสำคัญยังไง แต่ได้แค่บางส่วนเท่านั้่นน่ะ เจคอบทำสีหน้าจริงจัง เฟรินพยายามระงับรอยขบขันสุดฤทธิ์

เออ เออ เล่ามา

เรื่องมันมีอยู่ว่า.... เจคอบเล่าให้เฟรินฟังเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องไปหาแม่ที่ไม่เคยพบกันภายในวันนึงข้างหน้า และเล่าเรื่องถึงความฝันให้ฟังแต่ไม่ได้บอกว่าเขามาจากไหน และไม่ได้บอกว่าคนในฝันนั้้นเป็นเธอกับเจ้าชายแห่งคาโนวาล และไม่ได้บอกด้วยว่าพ่อของเขาเป็นใคร เขาเล่าถึงความสับสนในตัวเขา อธิบายว่ามันเหมือนจริงขนาดไหน อธิบายถึงความเจ็บปวดที่เขาได้รับทุกครั้งที่ฝันถึงมัน

อืม นายสงสัยว่าฝันของนายอธิบายเรื่องในอดีตหรอ เฟรินถาม ส่วนเจคอบพยักหน้าหงึกงักเป็นคำตอบ แล้วนายจะยอมรับพ่อกับแม่ของนายไหมล่ะ

แท้จริงแล้ว ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ยอมรับน่ะ แต่ผม...

แต่อะไร

ตั้งตัวไม่ทัน ผมหวังอยากให้พ่อบอกว่าพ่อกับแม่มีเหตุต้องแยกกันอยู่ และกำลังจะกลับมาคืนดีกัน หรือบอกว่าเรากำลังจะไปรับแม่ แต่ไม่ใช่เพราะว่าผมต้องพรากจากพ่อแม่ ผมทำให้แม่บาดเจ็บ ผมทำร้ายจิตใจของเธอ เพราะผมเกิดมาเพื่อจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เจคอบกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด เฟรินเริ่มรู้สึกเห็นใจ ผมไม่อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีคนเคยเล่าว่าการเป็นผู้ยิ่งใหญ่นั้นสร้างความเดือดร้อนแก่คนอื่น รวมทั้งแกตัวเองด้วย แต่ผมอยากมีอิสระ อยากเป็นอย่างที่เป็นอยู่

แล้วนายคิดว่าฉันอยากเกิดมาเป็นธิดาแห่งความมืดนักรึไง--เจคอบ คำพูดของเฟรินทำให้เจคอบชะงักก่อนจะหันมามองหน้าเธอ ธิดาความมืด จุดฉนวนแห่งสงคราม ถึงแม้ว่ามันจะผ่านไปแล้ว แต่มันก็อาจจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้ พี่ฆ่าคนเป็นหมื่นๆด้วยมือของพี่เองทั้งๆที่ไม่อยากจะทำ ทำให้เพื่อนๆต้องบาดเจ็บ เฟรินเอ่งอย่างเคร่งเครียด แต่มีอย่างหน่ึงที่นายเลือกได้ การเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ดี กับการเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เลวร้าย กำหนดชีวิตของนายเอง บังคับควบคุมจิตใจให้ได้ และนายจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ดี ----ชีวิตตัวเองขอตัวเองเป็นผู้ลิขิต จะเป็นหรือตาย จะยาวหรือสั้น เขาจะทำให้ชีวิตนั้นมีค่า ให้อยู่มีคนรัก จากไปมีคนอาวรณ์ ทุกวันของเขาจะมีค่า ทุกนาทีของเขาจะมีความหมาย---

จริงอย่างที่พี่ว่า

แต่คนเป็นะทุกข์ใจน่าดูเลย ลูกทั้งคนต้องให้คนอื่นเลี้ยงแทน เธอกล่าวลอยๆโดยไม่ได้แอะใจอะไร

ฟ่อ......ฟ่อ.......วี๊ดดด.........ฟืด.........

ดี น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอย่างน่าขนลุกร่างดำทะมึนปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งอยู่เบื่องหน้าของทั้งสอง บอกลากันได้ก็ดีี จะได้ส่งให้ตายไปพร้อมๆกัน

แกอีกแล้วหรอ เจคอบกระชากเฟรินให้ลุกขึ้นยืนอยุ่ด้านหนังตนแล้วถามขึ้น แกมาที่นี่ทำไม

ก็มาทำงานตามสั่งให้สำเร็จไงเล่า ฮ่า ฮ่า เงาดำหัวเราะเยาะ ตราบใดที่ข้าจัดการแกไม่ได้ ข้าก็ไม่มีหน้าจะโผล่ไปหาเจ้านายของข้า

เขาไปทำอะไรให้แกเดือนร้อนฮะ แกถึงได้ตามจองล้างจองขวานกันอยู่ได่ เสียงเล็กตะโกนขึ้นบ่าง

โอ้... โถ โถ โถ คงจะเป็นเจ้าสิน่ะ ที่ดึงดูดเจ้านี่ให้ถ่อสังขารข้ามภพมาถึงที่นี่ ไม่ดี๊ ไม่ดี เลยน่ะสาวน้อย เจ้ารู้มั้ยว่าเจ้าทำข้าเสียแรงไปมากเท่าไหร่

นั่นมันเรื่องของแก

ดี งั้นข้าจะจัดการเจ้าก่อน กล่าวจบเงาดำก็พุ่งตรงมายังเฟริน แต่เจคอบกันไว้แทนทำให้เขากระเดนออกไปกองอยู่กับพื้น

หนอย แน่ แก... ผ่าปฐพี กล่าวจบดาบคู่กายก็ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือบางๆของเธอ เงาดำฝาดลงมา แต่เธอกระโดดหลบได้ทัน เจคอบยังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่ก็ทรุดหวบลงไปอีกรอบ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาเฟรินใช้ดาบฟันลงบนเงานั่นก่อนจะกระโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด เงานั่นแพร่ขยายออกมาราวกับหนวดปลาหมึก มันฟาดใส่เฟรินอย่างบ้าคลั่งเธอจึงเป็นฝายวิ่งหลบซะมากกว่า

อ้าาาาาาาา.....ปล่อย เธอพลาดท่าถูกมันจับขึ้นมาลอยอยู่บนนภา ดาบผ่าปฐพีล่วงลงสู่พื้น

เฟ..ริน.. เจคอบครางพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่เขาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่เลย

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปีศาจร้ายหัวเราะขึ้น
ปล่อยเฟรินน่ะ เจคอบพยายามตะโกน

โถ โถ โถ แม่เจ้าพระคุณ... นางผู้นี่ช่างน่าฆ่าทิ้งซะเหลือเกิน

ปล่อยน่ะไอ้โง้

ปล่อยเฟรินลงเดี๋ยวนี้

อ้า...... เสียงสุดท้ายที่หลุดออกจากปากเธอ ตอนนี้เธอหมดสติไปแล้ว หมดสติภายในกำมือมือ (หรือกำหนวด) ของปีศาจนั่น

แก------ทำ-----อะ-------ไร------เฟริน----- เจคอบกัดฟันลากเสียงถามอย่างโกรธแค้น ก่อนจะประกาศลั่น แก--------ตาย--- คำขู่ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปสู้ แต่ตอนนี้เขาโกรธแค้นเป็นอย่างมาก ร่างกายรุ่มร้อนอย่างบอกไม่ถูก ลมโหมกระหน่ำขึ้นมาในทันทีแล้วปาฏิหารก็เกิดขึ้น แสงสีเงินสว่างวาบ สร้อยคอหลุดกระเดนออกมาก่อนจะแปรผันเป็นดาบยาวรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว

โอ้....ในที่สุดปีศาจก็บังเกิดซะทีสิน่ะ เจ้านั่นเย้ยหยัน

............เจคอบวิ่งตรงเข้าไปหามันฟาดดาบลงบนหนวดสีดำอึมครึมหนวดที่แปด หรือเก้า ( ไม่แน่ใจ) หนวดที่มัดเฟรินไว้ดาบสีเงินทอส่งประกายเป็นสีแดงเดือดเมื่อยามที่เขาฟันมันลง เงาดำขาดสบั้นเจ้าปีศาจส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับสุนัขป่าบ้าคลั้งเพราะความเจ็บปวดก่อนจะชักหนวดกลับ ทำให้ร่างไร้สติของเฟรินถูกปล่อยให้ร่วงลงมาอย่างไร้ที่รองรับ เธอกำลังจะล่วงลงบ่อน้ำเบื่องหน้า

บัดซบ เจคอบอุทาน

.......ไอซ์ฟลอ.......เจ้าต้องกล่าวไอซ์ฟลอ........ทำจิตใจให้แน่วแน่ เพียงเจ้าเอ่ยมันเจ้าก็สามารถไปช่วยนางได้.....

เสียงหนึี่งดังขึ้นในโสตประสาทของเขาในขณะที่เขาพยายามวิ่งเข้าไปใกล้สระน้ำ

ไอซ์ฟลอ.. เมื่อกล่าวจบ พื้นน้ำเบื่องหน้าสงเสียง กร๊บแกร๊บเพราะกลายเป็นน้ำแข็ง ขาข้างหนึ่งของปีศาจนั่นถูกน้ำแข็งฝังไปครึ่งขา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจคอบจะต้องมาสนใจ เพราะคนตรงหน้ากำลังจะล่วงลงมาสู่พื้น เขาพยายามวิ่งหัวซุกหัวซุนเพื่อที่จะไปให้ทันก่อนที่เธอผู้นั้นจะตกลงสู่พื้น ชั่วเศษเสี้ยววินาทีเขารับร่างบางไว้ได้ทันเวลาพอดี

แกต้องตายทั้งคู่ แกและแม่ของแก ปีศาจประกาศลั่น เหมือนมีบางสิ่งทิ่มกลางใจเขา เจคอบตะลึง แผ่นน้ำแข็งเบื่องหน้าแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะตั้งสติแล้ววิ่งออกมาเบื่องนอกแต่ก่อนที่เขาจะไปถึงฝัง ไฟลูกโตพุ่งมายังด้านหลังของผู้เผลอเรอ เขาและเธอกำลังโดนไฟคลอก..............................

( ปล. ไม่มีไรเเล้ว ฟิคบทที่ 16 หายไปกับสายลม เศร้ามาก )



Emrysmerlin
View full profile